ป่าไม้โกร๋น และหมอกควันคุฟุ้ง..เทศกาลเป็นประจำของทุกปี ของขวัญที่ใครๆก็ไม่อยากได้..!!

(แก้ไม่ได้แก้ไม่ตก….หรือแก้ไม่ยอมจบไม่ยอมเสร็จสักที)

ความคุ้นชินและคุ้นเคย ทุกๆปี ในช่วงหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร  ในช่วงระหว่างเดือน ธันวาคม-เมษายน ของทุกๆปี จนถึงช่วงฤดูร้อน และอากาศในห้วงระยะเวลานี้จะค่อนข้างร้อนมากๆ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนที่ทำให้การเผาไหม้กับพื้นที่ป่าไม้ และสภาพอากาศที่ร้อน ลมร้อนที่โชยโปรยมีกระแสลมแรง หรืออาจบางห้วงก็จะมีพายุลมร้อนในช่วงฤดูเก็บเกียวผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งทุกๆปีจะมีมาตราการที่ส่งเสริมสนับสนุนการปฏิบัติการของหน่วยงานที่เผ้าระวัง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยของต้นสังกัดที่รับผิดชอบโดยตรง และยังมีหน่วยปกครอง อาสาสมัครฯเหยี่ยวดง หรือชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง

จังหวัดทางภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ตาก ทุกๆปีจะประสบปัญหา เรื่องการเผาป่า และหมอกควัน ซึ่งสร้างปัญหาหนักใหญ่หลายประการ เช่น อากาศเป็นพิษ ค่า PM 2.5 ฝุ่นละอองอากาศ ที่ทำลายสุขภาพ ณ.ปัจจุบันเราติดค่าจัดอันดับสองของโลก..และเคยขึ้นอันดับหนึ่งของโลกมาแล้วที่ผ่านมา ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบที่เห็นก็ทำงานกันหนัก มีการประสานความร่วมมือทุกๆภาคส่วน ก็จริงอยู่ แถมยังมีการจัดจ้างคนงานนอกหน่วยงานมาเสริมสรรพกำลังในการให้ความช่วยเหลือพื้นที่ แต่ปัญหาก็ยังคงเดิมๆ แม้จะเพิ่มงบประมาณ มีการประสานความมือร่วมโดยหน่วย ปภค. การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการทำวิจัยข้อมูลที่จะเรียนรู้เข้าใจปัญหาและสรุปแนวทางแก้ปัญหา หรือการนำเครื่องบินจากหน่วยงานบินฯ มาเสริมเรื่องการเข้าหยุดเผา โดยการโปรยสารเคมี และการบินขึ้นไปบนท้องฟ้าและเทน้ำดับไฟในจะประทุไฟในพื้นที่ ที่ยากต่อการเข้าไปทำการดับไฟ

ทุกๆปี จะมีความเสียหายเกิดขึ้นอย่างมากมาย เช่น ป่าไม้ในพื้นที่ ที่ถูกไฟป่าเผา (อาจจะเป็นฝีมือคนก็ได้) จับเท่าไรก็ไม่หมดสักที ไม่ว่าจะมีรูปแบบเพิ่มมาตราในการเพื่มบทลงโทษ ทั้งจับปรับและมีโทษจำคุก ก็ยังมีเหตุการณ์ลักลอบเผาป่ากันทุกปี…หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะเป็นการกระทำที่ไม่ปกติ เช่น มีการออกแบบในการจ้างเผาป่าหรือไม่ เพื่อให้เกิดงบประมาณหรือไม่? มีคนตั้งคำถามมากมายว่าทำไม? ไม่มีการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน หรือการแก้ปํญหาแบบถาวร ใช้นโยบายทางการ ขอความร่วมมือหรือจ้างหน่วยงานระดับโลก มาช่วยกันแก้ไปปํญหาเพื่อให้บรรเทาทุเลาลงบ้าง เพราะทุกๆปีต้องเจอปัญหาลักษณะนี้เป็นประจำ สร้างผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและสุขภาพของผู้คนอาศัยในพื้นที่ใกล้ๆที่มีการเผา แลชุมชนในเมืองและครอบคลุมไปในพื้นที่โดยกว้าง หลายจังหวัดโดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ  หลายคนมีการสะสมของสารพิษ-ฝุ่นละออง ค่า PM 2.5 เป็นโรคทางเดินอากาศหายใจ สร้างผลกระทบทางด้านสาธารณะสุขพยาบาล เพื่มขึ้นมาอีกซึ่งต้องมีการตั้งงบประมาณในการดูแลสุขภาพให้กับพี่น้องประชาชน ตาดำๆซึ่งทุกวันนี้ก็หากินลำบากยากเข็นอยู่แล้ว ต้องมาเจ็บไข้ได้ป่วยมารักษาตัวอีก เป็นทุกข์ของชาวบ้านอีกทางหนึ่งด้วย…เห้อ..จะทำยังงัยดี..แก้ปัญหาเดิมๆไม่ได้สักที

งบประมาณมหาศาลที่ลงไปแก้ไขปัญหาแต่ละปีเป็นจำนวนมหาศาล กับเครื่องไม้เครื่องมือ ยุโธปกรณ์ทางเทคโนโลยีมากมายที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เพื่อไปแก้ไขปัญหาทุกๆปี ถูกส่งไปในพื้นที่ งบประมาณในการปลูกป่าไม้ ที่มีกิจกรรมการส่งเสริมปลูกป่าแต่ละปีก็จำนวนไม่น้อย รวมไปถึงความร่วมมือจากภาคเอกชนที่ส่งเสริมสนับสนุนในการซื้อกล้าไม้ เพื่อนำไปปลูกในพื้นที่ ก็มีงบประมาณแต่ละปีไม่ใช่น้อยเช่นกัน งบประมาณในการปลูกป่าไม้ในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ งบประมาณในการดูแลป่า  และการจัดกิจกรรมเรียนรู้ป่าจากธรรมชาติ เพื่อสร้างจิตสำนึกการรักษาป่าไม้ก็เป็นงบส่วนหนึ่ง รวมไปถึงการส่งเสริมอาชีพชาวบ้านในพื้นที่ให้ทำหน้าที่ดูแลป่า ก็ต้องใช้งบเช่นกัน  แต่ฟังดูแล้วไม่เห็นผลเป็นรูปธรรมแบบอย่างยั่งยืน มักจะกลายเป็นทำกันแบบผักชีโรยหน้า หรือมาบริหารงบประมาณให้เป็นไปตามโครงการฯ ในการจัดซื้อจัดจ้างงบในการทำให้มีระบบการจัดซื้อจัดจ้างที่แลดูต้องอาจจะต้องมีการตรวจว่าผลสัมฤทธิ์ ตรงตามเจตนารมณ์ของการคิดโครงการฯ หรือไม่ ?

ท่านอธิบดีฯ ที่เกี่ยวข้อง   วันนี้มีความท้าทายมากกับการพิสูจน์ความสามารถที่ก้าวมาถึงทุกวันนี้นั้น จะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง ถูกจุดและอย่างมีคุณธรรมหรือไม่ ไม่ใช่วัวหายล้อมคอก หรือแก้หน้ากันไปวันๆ ปีหน้าก็ค่อยว่ากันใหม่ เป็นอย่างงี้เรื่อยมา ทางจังหวัดภาคเหนือนั้น เป็นจังหวัดที่มีชาวต่างประเทศมาอาศัยอยู่กันมาก หรือมีเกษีรณอายุการทำงานแล้วมาพักผ่อนหย่อนใจที่นี่ก็อยากจะพักผ่อนได้สิ่งแวดล้อมดีดี และอากาศดีดี เพราะตอนนี้เชียงใหม่และอีกหลายจังหวัดใกล้เคียงเขาเดือดร้อนเรื่องอากาศเป็นพิษต่อระบบทางเดินทางหายใจ ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือผิดที่มาใช้ชีวิตที่นี่ และอยากจะมามีส่วนร่วมกับดินแดนในความฝันในจิตนาการณ์วาดไว้ก่อนจะมาที่นี่ แต่ท้ายสุดต้องมาเจอกับปํญหาที่แก้ไขไม่ได้สักที…เห้อออ..

ฝากถึงท่านปลัดกระทรวงทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และฝากถึงท่านรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ที่ต้องแสดงความสามารถให้สุดขีด หรือจะแก้ไขปัญหาให้สุดๆอย่างไร เพราะปัญหานี้ไม่ใช้ปัญหาใหม่ และไม่มีประสบการณ์ในการแก้ไขแต่อย่างไร งบประมาณแต่ละปีมหาศาล ทำมัยมันแก้ไขไม่ได้สักที ความโชคดีที่เรามีความงดงามทางธรรมชาติโดยเฉพาะทางภาคเหนือ ที่ผู้คนทั่วโลกอยากจะท่องเที่ยวพักผ่อน แต่พอถึงช่วงนี้ทีไรเราต้องสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจรายได้ของผู้ประกอบการท่องเที่ยวและสถานบริการต่างๆ ก็พลอยซมเซาไปด้วยทุกๆครั้งซึ้งประเมิณค่ามิได้

ติเพื่อก่อ…อย่าโกรธกันนะครับ….อันไหนทำดีแล้วก็ชมเชยบอกต่ออย่างแน่นอน…ครับ..ท่าน…!!

ภควคีตา……….เขียนบทความ

หนังสือพิมพ์เชียงใหม่ทอล์ค      (17 กุมภาพันธ์ 2566)

สำนักข่าว RATCHATA NEWS

Loading

Facebook Comments: (1) ห้ามใช้คำพูด หรือเขียนข้อความหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกดูหมิ่นดูแคลน (2) ห้ามพูดหรือเขียนข้อความอันจาบจ้วงสถาบันหลักสำคัญของชาติ ห้ามละเมิดกฎหมาย ป.อาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด (3) ห้ามพูดจาละเมิดหรือเขียนข้อความอันสร้างความเกลียดชังในเรื่อง ชาติ ศาสนา เชื้อชาติ การแสดงความเคารพต่างๆ ของส่วนบุคคล และของประเทศต่างๆ ห้ามเอาความเชื่อส่วนบุคคลมาวิพากย์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นดูแคลนเหยีดหยาม (4) ห้ามพูดจาหรือเขียนข้อความ ที่ดูหมิ่น-ละเมิดศาล หรือวิจารณ์วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโดยเด็ดขาด (5) ห้ามเขียนหรือกระทำการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ (6) ต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมายและระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคารพกฏหมายอย่างเข้มงวด

Leave a Reply

Your email address will not be published.