จ่อปิดกิจการ แน่ๆ !!..ChiangMai Zoo Aquariam ..วอนรัฐช่วยเหลือ..ถ้าไม่ช่วย จะนำปลาทะเล-สัตว์น้ำ ทั้งหมดกว่า 40,000.ชีวิต.ปล่อยคืนสู่ท้องทะเล!! เพราะ Covid 19 อาละวาดไปทั่วโลก….!!

พิษโควิด-19! เชียงใหม่ ซู อควาเรียม สุดอั้นแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเดือนละ3ล้านแถมขาดทุนสะสมกว่า200ล้าน เจอวิกฤติไวรัสซ้ำสั่งปิดสวนสัตว์เชียงใหม่ จนจ่อถึงทางตันขีดเส้นตายถึงสิ้น มี.ค.63 ต้องเลือกระหว่างยอมยกธงเลิกดำเนินการกับขอภาครัฐยื่นมือช่วยเหลือเยียวยา

วันที่ 21 มีค 63 นายนฤทัต เจริญเศรษฐศิลป์ กรรมการผู้จัดการ เชียงใหม่ ซู อควาเรียม สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำในสวนสัตว์เชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการดำเนินการของ เชียงใหม่ ซู อควาเรียม จากการที่จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งล่าสุดที่ทางองค์การสวนสัตว์ได้ประกาศปิดสวนสัตว์เชียงใหม่ พร้อมกับสวนสัตว์ทุกแห่งทั่วประเทศ เป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 18-31 มี.ค.63 ซึ่งยิ่งส่งผลกระทบซ้ำเติมเข้าไปอีก เพราะเท่ากับว่าจะไม่มีนักท่องเที่ยวใช้บริการและไม่มีรายได้เข้ามาเลย โดยในฐานะที่เป็นผู้บริหารแล้วรู้สึกหดหู่และสะเทือนใจอย่างมากที่สุดที่ต้องเห็นภาพที่ไม่มีนักท่องเที่ยวแม้แต่คนเดียวเข้าใช้บริการเที่ยวชม เพราะตลอด11ปีที่ผ่านมาแม้จะประสบปัญหาต่างๆนานามากมายทั้งจากปัญหาการเมืองและอื่นๆ จนต้องขาดทุนสะสมกว่า200ล้านบาท แต่ไม่เคยย่อท้อและพยายามดิ้นรนต่อสู้มาตลอดจนกระทั่งเกิดสถานการณ์วิกฤตในครั้งนี้

นายนฤทัต เจริญเศรษฐศิลป์ กรรมการผู้จัดการ
(เชียงใหม่ ซู อควาเรียม สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำในสวนสัตว์เชียงใหม่ )

โดยกรรมการผู้จัดการ เชียงใหม่ ซู อควาเรียม ยอมรับว่า จากสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้นนี้ เข้าใจดีว่าเป็นเหตุสุดวิสัยและพร้อมให้ความร่วมมือเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพียงแต่เมื่อพิจารณาทบทวนแล้วทางเชียงใหม่ ซู อควาเรียม ได้รับผลกระทบอย่างมาก จนเหลือทางเลือกเพียง 2 ทางเท่านั้น อย่างแรกคือต้องการขอความช่วยเหลือเยียวยาจากทางภาครัฐโดยเฉพาะจากองค์การสวนสัตว์ที่เป็นผู้ลงทุนร่วมกัน ให้เข้ามาช่วยเหลือดูแลกันให้ผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ และอีกทางหนึ่งก็คือการปิดกิจการ โดยเวลานี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนว่าจะเลือกดำเนินการเช่นไรดี ซึ่งมีเส้นตายถึงสิ้นเดือนนี้ ทั้งนี้การปิดกิจการนั้นถือเป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะเชียงใหม่ ซู อควาเรียมนั้น ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นเอกลักษณ์และเป็นหน้าเป็นตาของจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งประเทศไทย เพราะเป็นอควาเรียมที่มีอุโมงค์ใต้น้ำยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตั้งอยู่สูงที่สุดจากระดับน้ำทะเลจนได้ชื่อเรียกว่าเป็นทะเลบนยอดดอย

อย่างไรก็ตามแต่หากถึงที่สุดแล้วและมีความจำเป็นก็คงต้องตัดสินใจเลือกที่จะปิดกิจการ เพราะคงไม่สามารถแบกรับภาระการขาดทุนสะสมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งค่าจ้างพนักงาน,ค่าอาหารปลา,ค่าไฟฟ้า,ค่าน้ำประปา,ค่าบำรุงรักษาและดูแลระบบ รวมแล้วเดือนละประมาณ 3 ล้านบาท ต่อไปได้ แม้โดยส่วนตัวแล้วจะมีความเป็นห่วงและกังวลใจที่สุดในเรื่องของการดูแลปลาและสัตว์น้ำในเชียงใหม่ ซู อควาเรียม ที่เลี้ยงไว้ 30,000-40,000 ตัว ว่าหากต้องปิดกิจการไปแล้วจะได้รับการดูแลอย่างดีและมีชีวิตอยู่ต่อไปหรือไม่ เพราะเพียงแค่การเดินระบบเฉยๆ และให้อาหารเพื่อให้ปลาและสัตว์น้ำยังอยู่ได้ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทแล้ว ดังนั้นหากเป็นไปได้อยากให้ทางองค์การสวนสัตว์ที่เป็นผู้ลงทุนร่วมกัน หันหน้าเข้ามาพูดคุยหาทางออกและยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเยียวยากันน่าจะดีกว่า ซึ่งเตรียมทำหนังสือถึงองค์การสวนสัตว์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว.

หากภาครัฐไม่เข้ามาช่วยแล้วตนต้องเลิกดำเนินการ ปลาน้ำจืดน้ำเค็มในอคอเรียม นับแสนตัว ทั้งตัวใหญ่ตัวน้อยลำบากแน

สำนักข่าว RATCHATA NEWS

ขอบคุณภาพเพจ กูรู้ โลกรู้ น้าหมึก ข่าวสด

 4,284 total views,  2 views today

Facebook Comments: (1) ห้ามใช้คำพูด หรือเขียนข้อความหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกดูหมิ่นดูแคลน (2) ห้ามพูดหรือเขียนข้อความอันจาบจ้วงสถาบันหลักสำคัญของชาติ ห้ามละเมิดกฎหมาย ป.อาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด (3) ห้ามพูดจาละเมิดหรือเขียนข้อความอันสร้างความเกลียดชังในเรื่อง ชาติ ศาสนา เชื้อชาติ การแสดงความเคารพต่างๆ ของส่วนบุคคล และของประเทศต่างๆ ห้ามเอาความเชื่อส่วนบุคคลมาวิพากย์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นดูแคลนเหยีดหยาม (4) ห้ามพูดจาหรือเขียนข้อความ ที่ดูหมิ่น-ละเมิดศาล หรือวิจารณ์วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโดยเด็ดขาด (5) ห้ามเขียนหรือกระทำการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ (6) ต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมายและระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคารพกฏหมายอย่างเข้มงวด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น