“จุรินทร์” ดัน 4 มาตรการหนุนธุรกิจ “ดิจิตอล คอนเท้นท์” เป้าทำเงินกว่าแสนล้านบาทต่อปี จัดจับคู่ธุรกิจไทยกับต่างชาติเสมือนจริงออนไลน์ 350 คู่ 25-27 พ.ค. ทำยอดขายทันที 1,000 ล้านบาท

จุรินทร์ รุด ช่วยอุตสาหกรรม ดิจิทัลคอนเทนท์ ใช้แอพ Zoom ประชุม “พลิกวิกฤติเป็นโอกาสจับคู่ธุรกิจออนไลน์ สร้างคอนเทนท์ไทยสู่ตลาดโลก ”

วันที่ 29 เมษายน 2563 เวลา15.00 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำกระทรวงพาณิชย์และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มาประชุมแนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ไทยสู่ตลาดโลก โดยมีนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ พร้อมกับ 6 สมาคมอุตสาหกรรมด้านดิจิทัลคอนเทนท์ โดยการประชุมใช้ระบบ Zoom ประชุมออนไลน์เสริมเข้ามาด้วย

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
(รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์)
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสมาคมทั้งหมด 6 สมาคม

โดยหลังการแลกเปลี่ยนหารือ นายจุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้เป็นเรื่องมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและติดตามสถานการณ์ของภาคธุรกิจบริการที่ใหญ่มากภาคหนึ่งของประเทศ คือธุรกิจดิจิทัลคอนเทนท์หรือเรียกง่ายๆว่า ธุรกิจที่ทำเกี่ยวกับภาพยนตร์แอนิเมชั่นรวมทั้งการทำโฆษณา เพลง เกม การ์ตูนในหลากหลายรูปแบบต่างๆเป็นต้น มูลค่าของธุรกิจในส่วนนี้รวมกันในแต่ละปีของประเทศไทยตกประมาณ 110,000 ล้านบาทซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ก้อนใหญ่มากและเป็นไปตามที่กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายที่สนับสนุนให้ภาคธุรกิจบริการภาคนี้เติบโตต่อไปในอนาคต เพราะว่าตลาดทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศกว้างใหญ่มาก

ธุรกิจดิจิทัลคอนเทนท์
ธุรกิจที่ทำเกี่ยวกับภาพยนตร์แอนิเมชั่นรวมทั้งการทำโฆษณา เพลง เกม การ์ตูนในหลากหลายรูปแบบ
M.O.V.E หรือย่อมาจาก Multimedia Online Virtual Exhibition

สำหรับวันนี้ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสมาคมทั้งหมด 6 สมาคมที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ สมาคมดิจิตอลคอนเทนท์ไทย สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมส์ไทย สมาคมอีเลิร์นนิงแห่งประเทศไทย และสมาคม Bangkok ACM SIGGRAPH Association รวม 6 สมาคมด้วยกันซึ่งมีความเห็นร่วมกันว่ากระทรวงพาณิชย์จะเข้ามามีส่วนร่วมสำคัญในการช่วยสนับสนุนให้ภาคธุรกิจนี้เติบโตต่อไปในอนาคตโดยเตรียมมาตรการทั้งหมด 4 เรื่อง

1.ในเรื่องของการที่เราจะช่วยกันสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลคอนเทนท์ไทยแลนด์ขึ้นมา เพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลและศูนย์รวมการทำธุรกิจทั้งในตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศของภาพยนตร์-ละครแอนิเมชั่น อีสปอร์ต เพลง หรือธุรกิจการ์ตูนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งในเรื่องของการศึกษา หรือ e-learning
2.จะดำเนินการปรับรูปแบบของการจัดนิทรรศการที่ ซึ่งเดิมเราใช้กระบวนการจับคู่ธุรกิจให้ผู้ซื้อจากต่างประเทศเดินทางมาพบกับผู้ขายหรือผู้ผลิตดิจิทัลคอนเทนท์ในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยจะปรับเปลี่ยนไปในรูปแบบการจับคู่ธุรกิจออนไลน์ให้มากขึ้น ทั้งส่งเสริมตลาดในประเทศและส่งเสริมตลาดในต่างประเทศ โดยจะจัดให้ถี่ขึ้นและโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจนี้เติบโตได้เร็วขึ้น
3.ในเรื่องของการที่จะช่วยต่อลมหายใจให้กับธุรกิจดิจิทัลคอนเทนท์ของประเทศไทยเนื่องจากขณะนี้เผชิญกับสถานการณ์โควิดก็ทำให้หลายภาคส่วนติดขัดในเรื่องของการทำธุรกิจ จะช่วยดำเนินการจัดให้ธนาคารของประเทศไทยสามารถช่วยเหลือเงินสนับสนุนในรูปแบบของเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ โดยจะจัดพบปะกันระหว่าง SMEแบงค์ หรือธนาคารอื่นที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการด้านดิจิทัลคอนเทนท์ของเราโดยกระทรวงพาณิชย์จะจัดเวทีพบปะให้
4.สำหรับธุรกิจดิจิทัลคอนเทนท์ของไทยที่มีความจำเป็นจะต้องสร้างแบรนด์ของคนไทยขึ้นมาเองเพื่อแทนที่การรับจ้างผลิตเหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์จะเข้ามาร่วมมือกับทั้ง 6 สมาคมในการจัดเวทีให้ภาคการผลิตของเราทั้ง 6 สมาคมได้มีโอกาสพบกับนักลงทุนต่างประเทศที่จะเข้ามาร่วมกันลงทุนกับเราและหน่วยงานภาครัฐที่มีนโยบายสนับสนุนในเรื่องของการทำธุรกิจคอนเทนท์ รวมทั้งในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ด้วยเพื่อที่จะให้มีการจับคู่ลงทุนทางธุรกิจนี้ภายใต้แบรนด์ของคนไทยได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป นี่คือ 4 มาตรการที่ได้มีการตกลงร่วมกันและจะเดินหน้าทำงานร่วมกัน

M.O.V.E หรือย่อมาจาก Multimedia Online Virtual Exhibition

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามภายใต้กิจกรรมของวันที่ 25 ถึงวันที่ 27 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้ กระทรวงพาณิชย์ก็จะทำกิจกรรมสำคัญเพื่อสนับสนุนธุรกิจดิจิทัลคอนเทนท์ สองเรื่องด้วยกันเรื่องที่หนึ่งจะจัดงานแสดงสินค้าที่ใช้ชื่อว่า M.O.V.E หรือย่อมาจาก Multimedia Online Virtual Exhibitionในรูปแบบของการจัดจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ผลิตของประเทศไทยประมาณ 50 บริษัทพบปะกับผู้ซื้อจากต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้ามาพบปะประมาณไม่ต่ำกว่า 1,000 รายในรูปแบบออนไลน์ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์โควิดคาดว่าจะสามารถทำให้เกิดการจับคู่ซื้อขายทางธุรกิจได้ประมาณ 350 คู่ และสามารถกำหนดยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทโดยประมาณ

ส่วนกิจกรรมที่สองจะมีการจัดสัมมนาแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นซึ่งกันและกันทั้งในรูปแบบของการให้ความรู้ในเรื่องของการใช้ความคิดสร้างสรรค์จากประสบการณ์ของคนไทยที่ไปทำงานอยู่ที่แหล่งผลิตที่มีชื่อเสียงของโลก เช่นในส่วนของวอลท์ดิสนีย์หรือในส่วนของมาร์เวล เป็นต้น ซึ่งเป็นคนไทยรุ่นใหม่ทั้งสิ้น และผมมีโอกาสเดินทางไปพบกับท่านเหล่านี้ที่สหรัฐอเมริกามาแล้ว ท่านจะให้ความรู้ผ่านออนไลน์มายังคนรุ่นใหม่ของเราที่เป็นนักออกแบบ ผู้ที่ทำสตอรี่บอร์ดทำเรื่องราว หรือเป็นผู้ผลิตเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเทคนิคใหม่ใหม่ให้ได้รับความรู้เพิ่มเติมจะได้มาพัฒนาดิจิทัลคอนเทนท์ในส่วนของธุรกิจส่วนนี้ให้มีการพัฒนาให้ดีขึ้นสำหรับคนไทย

สำนักข่าว RATCHATA NEWS 085-157-7465

 1,480 total views,  2 views today

Facebook Comments: (1) ห้ามใช้คำพูด หรือเขียนข้อความหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกดูหมิ่นดูแคลน (2) ห้ามพูดหรือเขียนข้อความอันจาบจ้วงสถาบันหลักสำคัญของชาติ ห้ามละเมิดกฎหมาย ป.อาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด (3) ห้ามพูดจาละเมิดหรือเขียนข้อความอันสร้างความเกลียดชังในเรื่อง ชาติ ศาสนา เชื้อชาติ การแสดงความเคารพต่างๆ ของส่วนบุคคล และของประเทศต่างๆ ห้ามเอาความเชื่อส่วนบุคคลมาวิพากย์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นดูแคลนเหยีดหยาม (4) ห้ามพูดจาหรือเขียนข้อความ ที่ดูหมิ่น-ละเมิดศาล หรือวิจารณ์วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโดยเด็ดขาด (5) ห้ามเขียนหรือกระทำการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ (6) ต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมายและระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคารพกฏหมายอย่างเข้มงวด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น