เก็บตัวอยู่บ้านอย่างมีความสุข

เก็บตัวอยู่บ้านอย่างมีความสุข ……….คอลัมภ์จับฉ่าย โดย. “ไมตรี ลิมปิชาติ”

เนื่องจากไวรัสโควิดชอบตามมาอยู่กับคนแก่ ผมจึงต้องเก็บตัวอยู่บ้านมานานร่วมสองเดือนแล้ว ก็เพื่อไม่ให้โควิดตามหาผมพบนั่นเอง

 ไม่ได้เพียงแต่ผมเท่านั้นมีคนอื่นๆ โดยเฉพาะคนสูงอายุจะพากันเก็บตัวอยู่บ้าน เพราะนอกจากเพื่อช่วยไม่ให้ตัวเองติดโรคโควิดแล้ว ยังเป็นการช่วยชาติได้ด้วย

ปกติการจะช่วยชาติสักครั้งไม่ใช่ของง่าย แต่สมัยนี้ง่ายมาก คือเพียงแต่เก็บตัวอยู่บ้านก็ช่วยชาติได้แล้ว

บางคนที่ต้องเก็บตัวอยู่บ้านอาจจะอึดอัด เหนื่อยใจ ส่งผลให้เครียด คงจะเป็นจริงตามนั้น แต่ถ้ารู้จักหาทางออกก็จะไม่เดือดร้อนเลย กลับเป็นการดีเสียอีก เพราะการไม่ต้องออกจากบ้าน เป็นการประหยัดเงินได้มาก เพียงแค่ประหยัดค่าเดินทาง ค่าน้ำมันรถ เดือนหนึ่งๆก็เยอะแล้ว และการกินอาหาร ทำเองที่บ้านก็จะใช้เงินน้อยกว่าไปซื้อกินที่ร้านหลายเท่า

เท่าที่ผมได้รับรู้จากเพื่อนที่ต้องเก็บตัวอยู่บ้าน แทบทุกคนจะใช้วิธีเหมือนๆกัน คือ ถือโอกาสจัดบ้าน เก็บขยะให้เรียบร้อย

ไม่ได้หาเรื่องจัดบ้านอย่างเดียว บางคนจะจัดสวนด้วย โดยหาต้นไม้มาปลูก หรือไม่ก็ตัดต้นไม้เก่าทิ้ง แล้วตกแต่งสนามหญ้าเสียใหม่

บางคนใช้วิธีอ่านหนังสือเป็นเพื่อน

“หลายเล่มที่ซื้อมาแล้วไม่ได้อ่านและบางเล่มเคยอ่านแล้วแต่ก็ลืมรายละเอียด ก็นำมาอ่านใหม่ เพลิดเพลินไปเป็นวันๆ” เขาว่า

มีอยู่บ้างที่ถือโอกาสเขียนประวัติของตัวเอง ไม่ได้เขียนขายหรือเอาไปไหน เขียนไว้เพื่อพิมพ์แจกงานศพให้กับตัวเอง

ถ้าผู้เขียนจัดพิมพ์เป็นเล่มได้ ก็นับว่า เป็นหนังสือที่น่าสนใจเล่มหนึ่งเลยทีเดียว เพราะปกติหนังสืองานศพจะมีคนอื่นๆ ช่วยกันเขียน แต่สำหรับหนังสือเล่มนี้ผู้ตายเขียนเอง

น้องสาวของผมคนหนึ่งใช้วิธีไปรับหลานสองคนวัยเจ็ดขวบและสิบขวยมาอยู่ที่บ้าน ซึ่งทำได้ง่าย เพราะกระทรวงศึกษาสั่งให้ปิดเรียนชั่วคราวช่วงไวรัสโควิดอาละวาด

การได้เลี้ยงหลาน ทำให้ไม่เบื่อและมีความสุขด้วยที่ได้อยู่กับหลานรัก

บางคนถือโอกาสเข้าไปเก็บตัวในสวนก็มี เช่น สวนทุเรียน สวนเงาะ ทำให้สนุกกับการได้ทำสวน วิธีนี้ถ้าผู้ใดจะทำจะต้องมีสวนของตัวเองอยู่แล้ว

สำหรับผมเองนั้นโชคดีตรงที่เป็นนักเขียน จึงมีงานให้เขียนทุกวันถ้าอยากเขียน เพราะผมตั้งเป้าไว้ว่าจะเขียนสารคดีชีวิตเรื่อง “วันเวลาของชายชราคนหนึ่ง”ให้จบ เพื่อจะได้จัดพิมพ์เป็นเล่ม ซึ่งน่าจะได้ประโยชน์สองต่อ เพราะตั้งใจว่า

ถ้าผมยังมีชีวิตอยู่ก็จะพิมพ์ขาย หากตายก็จะให้ลูกหลานพิมพ์แจกงานศพ

อีกทั้งผมได้นำงานที่เคยเขียนไว้แต่ยังไม่ได้จัดพิมพ์เป็นเล่มมาตรวจแก้ไข เพื่อจะได้พิมพ์เป็นเล่ม ซึ่งมีอยู่สองเรื่อง

เป็นนวนิยายเล่มหนึ่งชื่อ “ผีที่รัก” อีกเล่มเป็นเรื่องเล่าประสบการณ์ชีวิตที่ตัวเองป่วยเป็นมะเร็ง ตั้งชื่อหนังสือว่า”อยู่กินกับมะเร็งอย่างมีความสุข”

อ้อ! ยังมีอีกเล่มเป็นเรื่องสั้นชุดกฎแห่งกรรม ตั้งชื่อไว้แล้วเช่นกันว่า “กรรมทันตา”

พอผมได้ทำงานในสิ่งที่ชอบจึงทำให้อยู่บ้านโดยไม่เบื่อเลย อีกทั้งยังมีงานอีกอย่างหนึ่งที่ผมกำลังทำควบคู่กับงานเขียนก็คือ การวาดรูป

เพราะทุกวัน ผมจะเขียนรูปบ้าง เขียนหนังสือบ้าง สลับกันไปเพราะเป็นงานศิลปะคล้ายๆ กัน ที่เมื่อผมได้ทำก็จะมีความสุขเกิดขึ้นทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอผลสำเร็จที่จะตามมา

มุม….วาดภาพ

ยังไม่ทราบว่า เมื่อไรโควิดจะจากไป เพื่อที่คนไทยจะได้ใช้ชีวิตตามปกติเสียที

ไม่เป็นไรครับ ไม่ว่าโควิดจะไปหรือจะอยู่ ขอให้ผมยังมีชีวิตอยู่ต่อไปเป็นใช้ได้

                                                “ไมตรี ลิมปิชาติ”

#สำนักข่าว RATCHATA NEWS 085-157-7465

Loading

Facebook Comments: (1) ห้ามใช้คำพูด หรือเขียนข้อความหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกดูหมิ่นดูแคลน (2) ห้ามพูดหรือเขียนข้อความอันจาบจ้วงสถาบันหลักสำคัญของชาติ ห้ามละเมิดกฎหมาย ป.อาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด (3) ห้ามพูดจาละเมิดหรือเขียนข้อความอันสร้างความเกลียดชังในเรื่อง ชาติ ศาสนา เชื้อชาติ การแสดงความเคารพต่างๆ ของส่วนบุคคล และของประเทศต่างๆ ห้ามเอาความเชื่อส่วนบุคคลมาวิพากย์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นดูแคลนเหยีดหยาม (4) ห้ามพูดจาหรือเขียนข้อความ ที่ดูหมิ่น-ละเมิดศาล หรือวิจารณ์วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโดยเด็ดขาด (5) ห้ามเขียนหรือกระทำการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ (6) ต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมายและระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคารพกฏหมายอย่างเข้มงวด

Leave a Reply

Your email address will not be published.