“แรมโบ้” ฟาด “ยิ่งลักษณ์” สติดีไหม กล่าวโทษรัฐประหาร ประเทศล้าหลัง แต่ความจริงปล่อย “ยิ่งลักษณ์”บริหารประเทศแค่วันเดียว มีแต่ล่มจม

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวตอบโต้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่โพสต์รำลึกถึงวันที่ 23 สิงหาคม เมื่อ 10 ปี ที่ผ่านมา เป็นวันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ที่สัญญาว่าจะทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี แต่มาถูกรัฐประหารเสียก่อน และผ่านมา 10 ปีประเทศชาติกลับแย่ลงว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ยังสติสัมปชัญญะดีอยู่หรือไม่ หรือเป็นเพราะหนีคดีไปนานเกิดอาการความจำเสื่อมกำเริบไม่มียากินจนจำความอะไรไม่ได้อย่างนั้นใช่ไหม

“รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ที่มีคนในตระกูลคอยสั่งการ ตนทราบดีว่านางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นเพียงนอมินีหรือหุ่นเชิดของนายทักษิณ อย่ามา บอกเลยว่านางสาวยิ่งลักษณ์ มีสติปัญญาในการบริหารประเทศ คิดเองทำเองเป็น ไม่มีใครเขาเชื่อหรอก  มีข่าวว่าขนาดเป็นพนักงานของ บ.ชินวัตรคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่เป็นเซลล์ขายสมุดหน้าเหลือง นางสาวยิ่งลักษณ์ ยังขายไม่ได้สักเล่ม แล้วจะมาขี้โม้ขี้คุยว่าหาเสียงไม่ถึง 50 วันก็ขึ้นมาเป็นนายกฯ ทุกอย่างล้วนแต่นายทักษิณ เป็นคนวางแผนสั่งการให้ทั้งนั้นมิใช่หรือ”

นายเสกสกล กล่าวว่า โครงการจำนำข้าวก็มาจากแนวคิดของนายทักษิณ มีข่าวว่า เรียกพ่อค้าไปพบวางแผนที่ดูไบ ตอนนี้พ่อค้าคนนั้นก็ติดคุกติดตะราง มันเป็นการทุจริตเชิงนโยบายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่ทำให้ชาวนาขาดทุนจนต้องฆ่าตัวตาย รัฐบาลเสียหายมหาศาลจนทุกวันนี้พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาลต้องตาม ล้างตามเช็ดใช้หนี้ให้ในสิ่งที่นางสาวยิ่งลักษณ์ทำเอาไว้คือ หนี้จำนำข้าวร่วม9แสนล้าน ยังจะมาคิดว่า แถลงนโยบายต่อรัฐสภาไว้ดีแล้วอย่างนั้นหรือ

“อย่ามาบอกว่าตั้งใจจะทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ความอยู่ดีกินดีคือคนของพรรคนางสาวยิ่งลักษณ์ และตระกูลชินวัตร ที่อยู่ดีกินดี มีกินไปจนไม่รู้กี่ชาติ แต่ประชาชนยังยากจนยิ่งกว่าเดิม เอาชาวนามาบังหน้าทำมาหากินโกงกันจนไม่อายฟ้าอายดิน  ไม่มีสติปัญญาจะบริหารประเทศ พอไม่รู้จะโทษก็ใครก็มาโทษว่าพล.อ.ประยุทธ์ ทำรัฐประหารประเทศจึงถอยหลัง 10 ปี ไม่เป็นธรรม ที่จริงน่าจะมองว่า ตนเองบริหารผิดพลาดล้มเหลวอย่างไรบ้าง

นายเสกสกล กล่าวต่อไปว่า อยากให้นายทักษิณ และนางสาวยิ่งลักษณ์ ลืมหูลืมตาดู จะได้หูตาสว่างเสียทีว่าตลอด7ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยพัฒนารุดหน้าไปถึงไหน เรามีรถไฟฟ้าจะครบทุกเส้นทาง โครงการอีอีซี ที่รุดหน้าไปไกล ถนนมอเตอร์เวย์จากบางปะอินไปโคราชกำลังจะเปิดใช้ รถไฟความเร็วสูงอีกสองเส้นทาง ราคาพืชผลทางการเกษตร ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นกว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ เหมือนฟ้ากับเหว เพียงแต่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ มาเจอวิกฤติโรคโควิด-19 จึงทำให้การพัฒนาประเทศชะลอตัวเพราะต้องใช้สรรพกำลังทั้งคนและงบประมาณมาแก้ปัญหาสุขภาพอนามัยให้กับประชาชน อันเป็นวาระสำคัญลำดับแรก

 นี่ถ้าน.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่ในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อโควิดในขณะนี้ ก็คงจะหัวหมุนทำอะไรไม่ถูก ไม่แน่อาจจะทิ้งปัญหาลาออกไปดื้อๆเลยก็ได้ เพราะขนาดเจอปัญหาน้ำท่วมใหญ่ช่วงปี 54 ก็ยังมึนทำอะไรไม่ค่อยถูก โชคยังดีที่มีพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผบ.ทบ.อยู่ คอยช่วยเหลือทุกอย่าง ตรงนี้ก็น่าจะวัดความสามารถ วัดกึ๋นการบริหารประเทศกันได้แล้วว่าใครมีฝีมือกันแน่

“แค่การออกกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยให้นายทักษิณพี่ชาย และการคอร์รัปชั่นโครงการจำนำข้าว ขืนปล่อยให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ บริหารไปแค่วันเดียว ประเทศชาติเสียหายพังพินาศย่อยยับแน่นอน จนประชาชนออกมาขับไล่นางสาวยิ่งลักษณ์เต็มแผ่นดิน จนคณะ คสช.ต้องเข้ามาระงับความเสียหายที่จะเกิดกับประเทศชาติที่จะตามมาเพราะการประท้วงขับไล่รัฐบาลและการทุจริตโกงกินจะเกิดขึ้นมากมายเต็มแผ่นดิน จนประชาชนรับไม่ได้ ถ้า คสช.ไม่ออกมาป่านนี้ จะมีเงินทอนจากโครงการอภิมหาโปรเจ็ค 2.2 ล้านเข้ากระเป๋าคนใกล้ชิดนางสาวยิ่งลักษณ์อีกมากมายมหาศาล อยากรู้เรื่องนี้วันหน้าตนจะเล่าให้ฟัง

นายเสกสกล กล่าวต่อไปว่า อยากให้นางสาวยิ่งลักษณ์ หยุดพูดมาก หยุดเล่าเท้าความเรื่องราวในอดีตจะดีกว่า ยิ่งพูดมากยิ่งเข้าตัวเอง คนไทยไม่ได้โง่ ยังจดจำเรื่องราวในอดีตได้ดี อย่าแสดงความโง่แล้วอวดฉลาดเลย อยู่นิ่งๆเงียบๆ เฉยๆ เอาเวลาไปเดินห้างหรูๆเดิน   ชอปปิ้งหาซื้อของแบรนด์เนม จิบไวน์แพงๆจะดีกว่าไหม ดีกว่ามาจ้อรำพึงรำพันฟาดงวงฟาดงาคนอื่นรายวัน ยิ่งเป็นการซ้ำเติมทำลายตัวเองมากกว่า” นายเสกสกลกล่าว

#RATCHATANEWS #การเมือง #แรมโบ้เสกสกล #ยิ่งลักษณ์

Loading

Facebook Comments: (1) ห้ามใช้คำพูด หรือเขียนข้อความหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกดูหมิ่นดูแคลน (2) ห้ามพูดหรือเขียนข้อความอันจาบจ้วงสถาบันหลักสำคัญของชาติ ห้ามละเมิดกฎหมาย ป.อาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด (3) ห้ามพูดจาละเมิดหรือเขียนข้อความอันสร้างความเกลียดชังในเรื่อง ชาติ ศาสนา เชื้อชาติ การแสดงความเคารพต่างๆ ของส่วนบุคคล และของประเทศต่างๆ ห้ามเอาความเชื่อส่วนบุคคลมาวิพากย์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นดูแคลนเหยีดหยาม (4) ห้ามพูดจาหรือเขียนข้อความ ที่ดูหมิ่น-ละเมิดศาล หรือวิจารณ์วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโดยเด็ดขาด (5) ห้ามเขียนหรือกระทำการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ (6) ต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมายและระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคารพกฏหมายอย่างเข้มงวด

Leave a Reply

Your email address will not be published.