คลองไทย ยุทธศาสตร์ไทย ยุทธศาสตร์โลก

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา เวลา 08:00 น.นางสาวดวงธิดา เภตรา สำนักงานข่าว The FLOWS Thailand สถานีโทรทัศน์ดิจิทัล แฟลมฟอร์มโซเซียล ในเครือบริษัท รัชฎะ บรอดคาสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้เข้าร่วมอบมสัมมนาทายาทคลองไทย รุ่นที่ 1 ผ่านระบบ Zoom Meeting ในหัวข้อ คลองไทย ยุทธศาสตร์ไทย ยุทธศาสตร์โลก โดยมี พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป เลขาธิการมูลนิธิ สำนักงานรัฐบุรุษ/ นายกสมาคมคลองไทยเพื่อการศึกษาและพัฒนา เป็นประธานและกล่าวพิธีเปิด การอบรมสัมมนาทายาท รุ่นที่ 1

ได้มีการศึกษาเรื่องโครงการสร้างขุดคลองไทย (โครงการคอคอดกระ) เชื่อมทะเลอ่าวไทยกับทะเลอันดามันของไทย ซึ่งมีมานานมีตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เพื่อติดต่อค้าขายกับชาติยุโรป แนวคิดนี้ยังคงสืบทอดต่อกันมาหลายยุคหลายสมัยจนถึงปัจจุบัน จึงได้รื้อฟื้นและจัดตั้ง สมาคมคลองไทย เมื่อปี 2548 เพื่อศึกษาถึงผลกระทบการขุดคลองไทย พร้อมรวบรวมความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่เสนอไปยังรัฐบาล

จวบจนกระทั่งมีการแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทยเชิงลึก เรื่องงบประมาณ เทคโนโลยี ผลกระทบต่อสิงแวดล้อม การท่องเที่ยว สังคม การเวนคืนและอาชีพ และการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ พบว่าการขุดคลองไทยจะทำให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประเทศไทย เกิดเส้นทางการเดินเรือใหม่ของภูมิภาคและโลก ประหยัดพลังงาน เวลา ทำให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ความคุ้มค่าของการเดินเรือถ้าผ่านคลองไทย 1 ใน 3 ของเรือสินค้าทั่วโลกจะวิ่งผ่านช่องแคบมะละกา ซึ่งมีร่องน้ำลึกสุดอยู่ที่ 25 เมตรซึ่งเป็นจุดอ่อน เนื่องจากเรือเดินสมุทรที่กินน้ำลึกกว่า 20.5 เมตร ไม่สามารถเข้าผ่านได้  ตามแผนการขุดคลองไทย เส้นทางโครงการคลองไทยเส้น 9A ครอบคลุมจังหวัดในภาคใต้  5 จังหวัด คือ กระบี่ ตรัง พัทลุง นครศรีธรรมราช และสงขลา จะมีความยาว 135 กิโลเมตร และพื้นที่ลึก 35 เมตรนั้น ซึ่งจะดึงดูดให้เรือสินค้าที่มีขนาดใหญ่มากของโลกวิ่งผ่านเข้ามาคลองไทยอีกทั้งช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงย่นระยะทางและเวลา ของการเดินเรือเชื่อมสองฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก และ มหาสมุทรอินเดีย รวมถึงประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ จากที่ต้องเดินเรือสินค้าผ่านที่ประเทศสิงค์โปรมาเปลี่ยนทิศทางเดินเรือขนส่งสินค้าโดยไม่ต้องเสียเวลาอ้อมประเทศสิงคโปร์ การขุดคลองไทย จะสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศ มากมาย รวมทั้งแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างสันติวิธี เพราะคลองไทยจะสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างความเจริญไปทั่วทั้งภาคใต้

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์

การอบรมสัมมนาครั้งนี้เป็นการระดมสมองของบุคลากรระดับชั้นนำของประเทศ นักการเมือง เครือข่ายประชาชน คนในพื้นที่ ทายาทคนรุ่นใหม่ รับฟังวิสัยทัศน์ของแขกพิเศษ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ได้แสดงวิสัยทัศน์ โดยกล่าวว่า  โครงกาคลองไทยตั้งอยู่ภูมิศาสตร์ของโลก ที่จะเชื่อมโลกตะวันตกและตะวันออก คลองไทยจะมีบทบาทและมีความสำคัญต่อภูมิเศรษฐกิจ เป็นคลองสันติภาพที่จะให้นานาชาติเข้ามาใช้ร่วมกัน ทั้งนี้พรรคไทยช่วยไทยจะสนับสนุนโครงการนี้และใช้เป็นแนวทางในการกำหนดโยบายของพรรคฯ  ศึกษาข้อดีและข้อเสีย พร้อมผลักดันโครงการคลองไทยให้สำเร็จ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญ “ไทยสร้างไทย คนไทยสร้างชาติ” และนายโภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศ พรรคไทยสร้างไทย ได้กล่าวว่า โครงการคลองไทย  นอกจากจะให้เรือผ่าน ควรสร้างพื้นทีเศรษฐกิจพิเศษที่เป็นสากล และระบบบริหารการจัดการให้ง่ายไม่ติดขัดกับระบบราชการ เปลี่ยนกระบวนการทั้งความคิด การศึกษา ทั้งนี้จะช่วยกันผลักดันให้โครงการนี้ให้สำเร็จ  ในส่วนของประชาชนต้องให้ข้อมูลและให้ประชาชนจะได้รู้ผลประโยชน์ที่จะได้รับเป็นจำนวนเม็ดเงินมหาศาล

นายโภคิน พลกุล

ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมประชุมได้แสดงความคิดเห็นและผลักดันโครงการนี้ให้สำเร็จโดยจะนำเสนอหัวข้อการศึกษา “โครงการคลองไทย” เพื่อพิจารณาศึกษาโครงการคลองไทย ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางคมนาคม ตะวันออกสู่ตะวันตก ต่อรัฐบาลไทยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการประชุมรัฐสภา วันที่ 26 สิงหาคม 2564 ถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนชาวไทยที่จะได้รับ เป็นการกำหนดอนาคตโลก เชื่อมประเทศ เชื่อมโลก เปลี่ยนวิถีชีวิตของโลกให้ประเทศไทยมีโอกาสที่จะก้าวเป็นหนึ่งของศูนย์กลางมหาอำนาจเศรษฐกิจโลกอีกแห่งหนึ่ง เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน สามารถสร้างรายได้จำนวนมหาศาลเลยทีเดียวที่จะเชื่อมสองฝั่งอ่าวไทย และอันดามัน เชื่อมสองมหาสมุทร คือแปซิฟิก และอินเดียเข้าด้วยกัน

นางสาวดวงธิดา เภตรา สำนักงานข่าว The FLOWS Thailand /รายงาน

#RATCHATANEWS #สำนักงานข่าว The FLOWS Thailand #คลองไทยยุทธศาสตร์ไทยยุทธศาสตร์โลก

 497 total views,  2 views today

Facebook Comments: (1) ห้ามใช้คำพูด หรือเขียนข้อความหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกดูหมิ่นดูแคลน (2) ห้ามพูดหรือเขียนข้อความอันจาบจ้วงสถาบันหลักสำคัญของชาติ ห้ามละเมิดกฎหมาย ป.อาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด (3) ห้ามพูดจาละเมิดหรือเขียนข้อความอันสร้างความเกลียดชังในเรื่อง ชาติ ศาสนา เชื้อชาติ การแสดงความเคารพต่างๆ ของส่วนบุคคล และของประเทศต่างๆ ห้ามเอาความเชื่อส่วนบุคคลมาวิพากย์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นดูแคลนเหยีดหยาม (4) ห้ามพูดจาหรือเขียนข้อความ ที่ดูหมิ่น-ละเมิดศาล หรือวิจารณ์วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโดยเด็ดขาด (5) ห้ามเขียนหรือกระทำการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ (6) ต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมายและระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคารพกฏหมายอย่างเข้มงวด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น