หอการค้าไทย ผุด! “กรุงเทพฯ แซนด์บอกซ์” หนุน รัฐบาลกู้เพิ่ม 1 ล้านล้าน!

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผย ว่า ในสัปดาห์หน้าจะประชุมคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีถึงความคืบหน้าในการทำโมเดล “กรุงเทพฯแซนด์บอกซ์” (Bangkok Sandbox ) และรวบรวมข้อเสนอแนะเสนอต่อภาครัฐให้คลายล็อกดาวน์สำหรับผู้ประกอบการในกรุงเทพฯ กลับมาเปิดธุรกิจที่มีความพร้อมภายในเดือนกันยายนนี้ เพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาเดินหน้าต่อโดยเร็ว

ทั้งนี้เมื่อได้ข้อสรุปต้องรอเสนอผลสรุปต่อที่ประชุม ศบค.อีกครั้งนายสนั่นกล่าวว่า หลักการของ “กรุงเทพฯแซนด์บอกซ์”  คือจะมีการกำหนดมาตรฐานและมาตรการของธุรกิจที่ จะเปิดกิจการ ซึ่งต้องมีความพร้อมในเรื่องความปลอดภัย สาธารณสุข ความสะอาด มีระบบการตรวจสอบ และ มีความรับผิดชอบ เช่น กลุ่มค้าปลีก ศูนย์การค้า สนามกีฬากลางแจ้ง ที่มีการฉีดวัคซีนให้พนักงาน มีการตรวจ ATK ให้ผู้ให้บริการ เพื่อสร้างความมั่นใจ ส่วนประชาชนที่เข้ามาใช้บริการนั้น ต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม เป็นต้น

ส่วนข้อเสนอของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เสนอให้รัฐบาล กู้เงินเพิ่มเติมอีก 1 ล้านล้านบาทเพื่อนำมาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย . ก็ได้ออกมาสนับสนุนในเรื่องนี้ บอกว่า รัฐบาลต้องใช้เงินเยียวยาเป็นจำนวนมาก จึงควรมีเงินสำรองไว้ในอนาคต ทั้งการเยียวยาเพิ่มเติม การฟื้นฟูเศรษฐกิจเมื่อควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้ว หากถ้าเหลือก็สามารถคืนเขาได้ แต่ถ้ามานั่งทยอยกู้เรื่อยๆ อาจไม่ทันต่อสถานการณ์ เนื่องจากแนวโน้มต้นทุนการเงินจะเริ่มสูงขึ้น

คุณสุพันธุ์ ประเมินต่อว่า เมื่อเรามีเงินกู้สำรองไว้แล้ว เมื่อเศรษฐกิจฟื้น ทุกอย่างดีขึ้น การจ้างงาน การค้าขายทุกอย่างจะกลับมา การเก็บภาษีก็จะได้มากขึ้นเหมือนกับวิกฤตต้มย้ำกุ้งตอนปี 2540 เราก็สามารถคืนหนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ได้เหมือนกัน แต่กลับกันหากเราไม่มีเงินมากระตุ้น มาฟื้นฟูเศรษฐกิจ ในอนาคตจะลำบากอย่างแน่นอน

#RATCHATANEWS

 2,319 total views,  2 views today

Facebook Comments: (1) ห้ามใช้คำพูด หรือเขียนข้อความหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกดูหมิ่นดูแคลน (2) ห้ามพูดหรือเขียนข้อความอันจาบจ้วงสถาบันหลักสำคัญของชาติ ห้ามละเมิดกฎหมาย ป.อาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด (3) ห้ามพูดจาละเมิดหรือเขียนข้อความอันสร้างความเกลียดชังในเรื่อง ชาติ ศาสนา เชื้อชาติ การแสดงความเคารพต่างๆ ของส่วนบุคคล และของประเทศต่างๆ ห้ามเอาความเชื่อส่วนบุคคลมาวิพากย์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นดูแคลนเหยีดหยาม (4) ห้ามพูดจาหรือเขียนข้อความ ที่ดูหมิ่น-ละเมิดศาล หรือวิจารณ์วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโดยเด็ดขาด (5) ห้ามเขียนหรือกระทำการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ (6) ต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมายและระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคารพกฏหมายอย่างเข้มงวด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น