รัฐบาล จับมือพิโก้ไฟแนนซ์พักชำระเงินต้นแก้หนี้นอกระบบ

4 ก.ย.64 – นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบตามนโยบายนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ นอกจากการดำเนินการทางกฎหมายเอาผิดเจ้าหนี้โหด และเข้าช่วยเหลือเรื่องเจรจาแก้หนี้ประชาชน รัฐบาลยังได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการออกมาตรการเพื่อให้ลูกหนี้รายย่อยเข้าถึงสินเชื่อในระบบ และลดความจำเป็นของลูกหนี้ที่จะถูกผลักไปเป็นหนี้นอกระบบ

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง ได้ขอความร่วมมือกับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ (ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับของ สศค. ให้ประชาชนทั้งผู้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันและไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันเข้าถึงแหล่งเงินทุน) เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด19 ให้กับลูกหนี้ ประกอบด้วยการลดค่างวด การขยายระยะเวลาการชำระหนี้ การเปลี่ยนประเภทหนี้จากระยะสั้นเป็นระยะยาว การพักชำระค่างวด การพักชำระเงินต้นและจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน และการพักชำระเงินต้นและลดอัตราดอกเบี้ย โดยในเดือน มิ.ย. 64 มีผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์แจ้งเข้าร่วมมาตรการ จำนวนทั้งสิ้น 288 ราย คิดเป็นจำนวนบัญชีที่ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ทั้งสิ้น 9,807 บัญชี

ขณะที่เมื่อวานนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เริ่มการผ่อนเกณฑ์  “สินเชื่อลูกหนี้รายย่อย” แบ่งเป็น สินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้กำกับ และสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล เพื่อบรรเทาภาระการจ่ายหนี้ รวมถึงเพิ่มสภาพคล่องให้กับลูกหนี้เป็นการชั่วคราว ประกอบด้วย 1) ขยายเพดานวงเงิน “บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล” กลุ่มผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท เป็น 2 เท่าของรายได้ จากเดิม 1.5 เท่า และไม่จำกัดจำนวนผู้ปล่อยสินเชื่อ จากเดิมไม่เกิน 3 ราย 2) คงอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำบัตรเครดิตที่ถูกปรับลดลงในช่วงการแพร่ระบาดก่อนหน้าเหลือร้อยละ 5 ต่อไปจนถึงสิ้นปี 2565 3) ขยายเพดานวงเงิน “สินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล” เป็น 40,000 บาทต่อราย จากเดิม 20,000 บาทต่อราย และขยายเวลาการชำระคืนจากเดิมไม่เกิน 6 เดือน เป็น 12 เดือน โดยทั้ง 3 มาตรการ มีผลจนถึงสิ้นปี 65

ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เป็นส่วนหนึ่งของภาคีแก้หนี้นอกระบบ ได้ดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้นอกระบบที่ผิดกฎหมาย นับตั้งแต่ต.ค. 59 จนถึงสิ้นเดือนก.ค. 64 มีการจับกุมผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบที่กระทำผิดกฎหมายจำนวนสะสม 9,773 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือนมิ.ย.จำนวน 177 ราย ทั้งนี้ ประชาชนสามารถร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับเงินกู้นอกระบบที่ผิดกฎหมายได้โดยตรงที่

• สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สายด่วน 1599 

• ศูนย์ดำรงธรรม สายด่วน 1567

• ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สายด่วน 1359

• ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม (ศนธ.ยธ.)  โทร. 0 2575 3344

“นายกรัฐมนตรีต้องการให้มีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยในระดับต่างๆ  เพื่อผู้มีรายได้น้อย ผู้ที่มีรายได้ไม่มั่นคงหรือไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน จะได้เข้าถึงแหล่งทุน โดยที่ไม่ต้องไปพึ่งการกู้หนี้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยไม่เป็นธรรม และนายกฯยังได้ติดตามการปราบปรามเจ้าหนี้ผิดกฎหมาย ที่ปัจจุบันพบธุรกิจปล่อยกู้ออนไลน์ คิดดอกเบี้ยโหด ทวงหนี้ผิดกฎหมายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทางตำรวจได้เข้าจับกุมและดำเนินการเอาผิดทั้งกระบวนการ อีกทั้ง เมื่อ เม.ย ที่ผ่านมา ได้มีประกาศใช้พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2564 เพื่อไม่ให้มีการเรียกเก็บดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรมแล้วด้วย” นางสาวรัชดา กล่าว

#RATCHATANEWS

 341 total views,  2 views today

Facebook Comments: (1) ห้ามใช้คำพูด หรือเขียนข้อความหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกดูหมิ่นดูแคลน (2) ห้ามพูดหรือเขียนข้อความอันจาบจ้วงสถาบันหลักสำคัญของชาติ ห้ามละเมิดกฎหมาย ป.อาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด (3) ห้ามพูดจาละเมิดหรือเขียนข้อความอันสร้างความเกลียดชังในเรื่อง ชาติ ศาสนา เชื้อชาติ การแสดงความเคารพต่างๆ ของส่วนบุคคล และของประเทศต่างๆ ห้ามเอาความเชื่อส่วนบุคคลมาวิพากย์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นดูแคลนเหยีดหยาม (4) ห้ามพูดจาหรือเขียนข้อความ ที่ดูหมิ่น-ละเมิดศาล หรือวิจารณ์วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโดยเด็ดขาด (5) ห้ามเขียนหรือกระทำการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ (6) ต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมายและระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคารพกฏหมายอย่างเข้มงวด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น