จุรินทร์ ขอบคุณ ส.ส.-ส.ว. ผ่านร่างรธน.วาระ 3 ปัดตอบ โยก “สาธิต” นั่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ฯ แทน “ธรรมนัส”

วันที่ 10 กันยายน 2564 ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงภายหลังร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่.. ) พ.ศ. …. (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) ผ่านวาระ 3 ในฐานะที่พรรคปชป.เสนอร่างดังกล่าว ว่า ต้องขอขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน และสมาชิกวุฒิสภา ที่ให้ความร่วมมือผ่านร่างดังกล่าวไปได้ด้วยดี ซึ่งสะท้อนว่าแม้รัฐธรรมนูญจะแก้ไขยากแต่ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ซึ่งมั่นใจว่าจะนำไปสู่ความเข้มแข็งของพรรคการเมืองและระบอบประชาธิปไตย

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขและผ่านสภานี้จะเป็นการปรับเปลี่ยนระบบเลือกตั้งจากบัตรเลือกตั้งใบเดียวเป็นบัตร 2 ใบ จำนวน ส.ส.เขตเป็น 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน และการคำนวณ ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อที่ให้นำคะแนนบัตรเลือกตั้งที่เลือกพรรคการเมือง แล้วนำมาเทียบกับจำนวน ส.ส. 100 คน เพื่อหาจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนขั้นตอนต่อจากนี้จะต้องรออีก 15 วัน ก่อนนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งในระหว่างนี้ สมาชิกรัฐสภาสามารถยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ โดยเมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้แล้วก็จะต้องเร่งพิจารณาให้เสร็จภายใน 30 วัน อย่างไรก็ตาม หากนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว หลังจากนี้ก็จะมีการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายลูกให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ เช่น เรื่องวิธีการสมัครรับเลือกตั้ง การลงคะแนน การนับคะแนน การประกาศผล การกำหนดมาตรการทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม โดยพรรคประชาธิปัตย์ จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อพิจารณากฎหมายลูก โดยมอบหมายให้วิปของพรรคหารือกับวิป 3 ฝ่าย เพื่อขับเคลื่อนกฎหมายดังกล่าว ซึ่งกฎหมายลูกก็จะเป็นหน้าที่ของผู้ยกร่างที่สมาชิกรัฐสภาสามารถเสนอได้และองค์กรอิสระก็สามารถเสนอผ่านคณะรัฐมนตรี

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตนไม่กังวลว่าจะมีผู้ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านสภา เนื่องจากเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ และการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ประชาชนจะได้ประโยชน์ และทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ซึ่งพรรคไม่ได้มองหรือคำนึงเฉพาะผลประโยชน์ที่พรรคจะได้รับ แต่จะทำให้ระบบพรรคการเมืองและระบอบประชาธิปไตยเข้มแข็ง

การแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นนโยบายหนึ่งของพรรคประชาธิปัตย์ที่ให้ไว้กับประชาชนและวันนี้ก้าวไปสู่ผลสัมฤทธิ์ระดับหนึ่ง ซึ่งถือเป็นผลงานของทุกฝ่าย ไม่ใช่แค่พรรคประชาธิปัตย์ แต่ช่วยกันให้ประชาธิปไตยเดินไปได้ จึงเป็นผลงานร่วมกัน ไม่ว่าระบบไหนก็มีคนได้เปรียบเสียเปรียบ แต่อยากให้มองในเรื่องหลักการที่ทำให้ประชาธิปไตยเข้มแข็ง ส่วนผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร พรรคประชาธิปัตย์จะได้ ส.ส. มากขึ้นหรือไม่ อยู่ที่ประชาชนตัดสินใจ” นายจุรินทร์ กล่าว

เมื่อถามว่าการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ดูเหมือนว่าจะเป็นประโยชน์ที่ทำให้บางพรรคเข้มแข็งหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนเชื่อว่า โดยหลักการแล้วจะทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง แต่ปัญหาที่ผ่านมาเป็นปัญหาในทางปฏิบัติที่ถูกนำไปบิดเบือนจนสร้างปัญหาและใช้อำนาจโดยมิชอบ ถามย้ำว่าเป็นการปลุกผีทักษิณกลับมาหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้มองที่ตัวบุคคล หรือเอาบุคคลเป็นตัวตั้ง ถ้ามองอย่างนั้นแค่นับหนึ่งก็ผิดแล้ว เพราะเราเขียนรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนแบบกีดกันผู้ใด คนใดคนหนึ่ง แต่เราเขียนเพื่อประเทศ

เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการปรับนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข มาเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แทน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบข่าวและไม่ได้มีการหารือกับนายกฯ เรื่องปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้มีปัญหาอะไรในเรื่องการทำงาน เรื่องการปรับครม.ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามถึงการปลด 2 รัฐมนตรีจะกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไม่สามารถตอบแทนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายกรัฐมนตรีได้ ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ เราทำหน้าที่ของเราเต็มกำลังและผลงานเป็นที่ประจักษ์ ไม่พูดมาก ไม่พูดบ่อย

#RATCHATANEWS #ข่าวการเมือง #การกระทรวงพาณิชย์ #พรรคประชาธิปัตย์

 1,486 total views,  2 views today

Facebook Comments: (1) ห้ามใช้คำพูด หรือเขียนข้อความหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกดูหมิ่นดูแคลน (2) ห้ามพูดหรือเขียนข้อความอันจาบจ้วงสถาบันหลักสำคัญของชาติ ห้ามละเมิดกฎหมาย ป.อาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด (3) ห้ามพูดจาละเมิดหรือเขียนข้อความอันสร้างความเกลียดชังในเรื่อง ชาติ ศาสนา เชื้อชาติ การแสดงความเคารพต่างๆ ของส่วนบุคคล และของประเทศต่างๆ ห้ามเอาความเชื่อส่วนบุคคลมาวิพากย์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นดูแคลนเหยีดหยาม (4) ห้ามพูดจาหรือเขียนข้อความ ที่ดูหมิ่น-ละเมิดศาล หรือวิจารณ์วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโดยเด็ดขาด (5) ห้ามเขียนหรือกระทำการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ (6) ต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมายและระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคารพกฏหมายอย่างเข้มงวด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น