ย้อนคดี สังหาร “เอ็กซ์ จักรกฤษณ์” “หมอนิ่ม” รอด ฎีกาชี้ทุกข์สาหัสลดโทษแม่ยาย คุก 25 ปี ประหาร “ทนายอี๊ด”

ในประเทศไทยปี 2020 มีผู้หญิงที่โดนทำร้ายจากคนในครอบครัวสูงขึ้น เป็น 1,400 รายต่อปี หลายคนยอมอยู่กับสามีอย่างจำยอม ขณะที่การบังคับใช้กฎหมายในไทย ก็ถูกตั้งคำถามด้วยว่า มีประสิทธิภาพแค่ไหน หากมีคนร้องขอความช่วยเหลือ ภาครัฐจะช่วยยับยั้งความรุนแรงได้จริงหรือไม่ หรือจะปล่อยให้ผู้ถูกกระทำเข้าสู่วังวนเดิมมหากาพย์คดีสังหารเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ แม่นยิงปืนทีมชาติไทย ได้สิ้นสุดลงแล้ว กับการ “ยกฟ้อง” หมอนิ่ม ภรรยาของเขา ที่โดนกล่าวหาจากสังคมมาตลอดว่าเป็นคนสั่งฆ่าสามี

เรื่องราวเป็นอย่างไร และทำไมคนร้ายตัวจริง ถึงต้องกำจัดเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ออกไปจากโลกนี้ จะสรุปทุกอย่างตั้งแต่แรกให้เข้าใจใน 21 ข้อ

1) เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม เป็นนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย เขาได้ชื่อว่าเป็นนักแม่นปืนพรสวรรค์ จนติดทีมชาติตั้งแต่อายุ 20 ปี เกียรติประวัติได้ 6 เหรียญทองซีเกมส์, เหรียญทองแดงเอเชียนเกมส์ และ อันดับ 7 ในโอลิมปิกเกมส์ปี 2008 ที่กรุงปักกิ่ง

2) ชีวิตในสนามเขาเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ แต่ชีวิตนอกสนาม เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ ติดสุรา และสารเสพติด ส่งผลให้ไปทำร้ายร่างกายภรรยา แพทย์หญิงณิธิวดี ภู่เจริญยศ หรือ “หมอนิ่ม” จนวันที่ 11 กรกฎาคม 2013 หมอนิ่ม ได้ขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณา หงสกุล ว่าถูกเอ็กซ์ซ้อมอย่างรุนแรง พอจะขอหย่า เอ็กซ์ก็เอาปืนมาขู่ว่าจะฆ่าให้ตาย

3) คนที่ยืนยันเรื่องนี้ คือนางบุญคิด พณิชย์ผาติกรรม แม่แท้ๆของเอ็กซ์ โดยกล่าวว่า หมอนิ่มโดนเอ็กซ์ตบตีทุกวันจริง ล่าสุดเห็นลูกชายต่อยท้องลูกสะใภ้แล้วเดินออกจากบ้าน คนเป็นแม่สามีทนเห็นภาพน่าเศร้าไม่ได้ เลยพาหมอนิ่มและลูก มาหลบซ่อนตัวที่โรงแรมเอสซีปาร์ก

สิ่งที่เอ็กซ์ และหมอนิ่ม ยอมรับว่าเคยเกิดขึ้นจริง ประกอบไปด้วย

– เคยใช้มือซ้ายล็อกคอ แล้วเอามือขวาถือปืนจ่อที่ศีรษะของหมอนิ่ม นิ้วอยู่ที่ไกปืน

– เคยชักปืนออกมาจากเอว แล้วเล็งไปที่หมอนิ่มก่อนจะพูดว่า “มึงจะไปแต่ตัวมึง หรือมึงจะเอาร่างของลูกไปด้วย”

– เคยต่อยท้องหมอนิ่มอย่างรุนแรง 10 ครั้ง และใช้เข็มขัดฟาดที่แขนขาอีก 5 ครั้ง

– เคยใช้มีดสปาร์ต้าจ่อหน้าผาก แล้วกล่าวว่า “มึงอยากอยู่กับลูกหรือมึงอยากตาย”

– เคยใช้ปืนยิงไปที่พี่เลี้ยง 1 นัด แต่กระสุนไม่โดนใคร

4) เมื่อเรื่องถึงมูลนิธิปวีณา ตำรวจจึงเข้าไปค้นบ้าน พบปืน 4 กระบอก มีทั้งปืนสั้น, ลูกซอง และปืนยาว M16 รวมถึงพบมีดสปาร์ต้าอีก 1 เล่ม และเจอสารเสพติดจำนวนมาก นั่นทำให้ตำรวจสั่งจับกุมเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ทันที

5) เอ็กซ์ติดคุกอยู่ระยะหนึ่ง ในเดือนกันยายน 2013 ก็ได้รับการประกันตัวให้ออกมาสู้คดี ทันทีที่พ้นจากคุก เอ็กซ์บอกหมอนิ่มว่า จะทำให้เกิดโศกนาฏกรรมสมบูรณ์แบบ แม้จะไม่ได้กล่าวว่าจะทำอะไร แต่หมอนิ่มจึงไปร้องขอให้กรมคุ้มครองสิทธิสตรีและเด็ก ให้ช่วยคุ้มครองตัวเองและลูกทั้ง 2 คน อย่างไรก็ตาม เอ็กซ์กับหมอนิ่มสุดท้ายก็กลับมาคืนดีกันอีกรอบ โดยเอ็กซ์ให้ดอกไม้หมอนิ่ม 1 ช่อ และสัญญาว่าจะไม่ทำตัวแบบเดิมอีก

6) วันที่ 19 ตุลาคม 2013 เวลา 19.10 น. เอ็กซ์ขับรถปอร์เช่ ไปหาหมอนิ่มที่ซอยรามคำแหง 162 โดยในรถมีคนใช้ชาวพม่าวัย 19 ปี ติดรถมาด้วย ระหว่างที่อยู่หน้าวัดบางเพ็งใต้ เขาโดนคนร้าย 2 คน ขี่มอเตอร์ไซค์ประกบข้าง แล้วยิงปืนใส่รถจำนวน 6 นัด กระสุน 3 นัดทะลุร่างกายของเอ็กซ์ ส่วนคนใช้ที่มาด้วยโดนกระสุนเฉี่ยวขา บาดเจ็บเล็กน้อย เมื่อเกิดเหตุ มีการนำตัวส่งโรงพยาบาลเสรีรักษ์ทันที แต่เอ็กซ์ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา

7) เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น แน่นอนว่าเป็นการจงใจลอบสังหารเอ็กซ์ เพราะคนใช้ที่มาด้วย ไม่ได้รับบาดเจ็บมาก คือมือปืนล็อกเป้าไว้แล้วว่าจะฆ่าเอ็กซ์ให้ได้เพียงคนเดียว แล้วก็ทำสำเร็จจริง ๆ

8) ตำรวจใช้เวลาสืบสวนไม่นาน ก็ค้นพบหลักฐานสำคัญที่นำไปสู่การคลี่คลายคดี นั่นคือกระสุนปืนขนาด 9 มม. แต่ถูกดัดแปลงเพื่อให้สามารถใช้กับอาวุธปืนขนาด 7.56 มม. ยี่ห้อโทกาเรฟ โดยในข้อมูลของตำรวจ มือปืนที่ใช้รุ่นนี้ในประเทศไทยมีไม่กี่คน ทำให้ไล่ตามจับมือปืนคนก่อเหตุได้สำเร็จ ชื่อนายจิรศักดิ์ กลิ่นคล้าย อายุ 33 ปี

9) เมื่อโดนจับกุมตัว นายจิรศักดิ์จึงให้การซัดทอดคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งได้แก่นายธวัชชัย เพชรโชติ เป็นคนขี่มอเตอร์ไซค์ และทนายอี๊ด- นายสันติ ทองเสม เป็นคนจ้างวานจัดหามือปืน โดยนายธวัชชัย- คนขี่มอเตอร์ไซค์ยอมรับความผิด แต่ทนายอี๊ดยืนกรานไม่ยอมรับผิด

10) กระแสสังคมจับจ้องไปที่ “หมอนิ่ม” อย่างหนัก เพราะเป็นคนที่มีความขัดแย้งมากที่สุดกับเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ และถ้าดูจากความรุนแรงที่เธอเคยโดนกระทำ ก็ไม่ได้แปลกใจถ้าหากจะเอาคืนด้วยการสังหารสามี นอกจากนั้นมีการเชื่อมโยงไปว่า เธออาจวางแผนสังหารเพื่อฮุบสมบัติของสามีก็เป็นได้

11) วันที่ 10 พฤศจิกายน 2013 ตำรวจนครบาล จับกุมคีย์แมนสำคัญของเรื่องนี้ นั่นคือ “เจ๊แหม่ม” นางสาววรพรรณภูรี มนตรีอารีกุล ซึ่งเป็นเจ้านายของทนายอี๊ดอีกที โดยเจ๊แหม่มสารภาพว่า คนที่ต้องการสังหารเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ ไม่ใช่หมอนิ่ม แต่เป็น นางสุรางค์ ดวงจินดา คุณแม่ของหมอนิ่มต่างหาก

เจ๊แหม่มเล่าว่า ก่อนหน้านี้ นางสุรางค์เห็นลูกสาวโดนซ้อม จึงมาปรึกษาว่าควรทำอย่างไรดี จากนั้นเจ๊แหม่มจึงแนะนำให้รู้จักทนายอี๊ด-สันติ ที่จัดหามือปืนได้ และสุดท้ายนางสุรางค์กับทนายอี๊ด วางแผนร่วมมือกันสังหารเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ ด้วยค่าจ้างมือปืนเป็นเงิน 1.2 ล้านบาท

เมื่อคดีลอบสังหารเกิดขึ้น เจ๊แหม่มเล่าว่า นางสุรางค์รู้เรื่องด้วยแน่นอน แต่หมอนิ่มจะรับทราบเรื่องด้วยหรือไม่ ก็ไม่แน่ใจ ซึ่งด้วยความที่ไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงถึงหมอนิ่ม กับแม่หมอนิ่ม ทำให้เจ๊แหม่มคือพยานปากเอก ตำรวจกับอัยการจึงทำข้อตกลง กันเจ๊แหม่มเอาไว้เป็นพยาน

12) แม้เจ๊แหม่มจะไม่ได้ซัดทอดหมอนิ่ม แต่วันที่ 31 มกราคม 2014 อัยการมีคำสั่งฟ้อง ว่าหมอนิ่มเกี่ยวข้องกับคดีแน่นอน และเป็นผู้ต้องหาคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่หมอนิ่มกล่าวอธิบายว่า “ในส่วนของคดีไม่อยากจะพูดอะไรมาก เตรียมไปพิสูจน์ข้อเท็จจริงในศาล ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนตอนนี้ก็อยากใช้ชีวิตตามปกติ ต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อหาเลี้ยงลูกทั้ง 2 คน”

13) ขณะที่มานพ พณิชย์ผาติกรรม คุณพ่อของเอ็กซ์ กล่าวว่า “ผมรู้ว่าลูกทำร้ายเมีย แต่กระบวนการยุติธรรมก็มี หากคิดว่าลูกผมทำอะไรผิดก็ไปแจ้งตำรวจมาจับก็ได้ ลูกผมทำผิดอะไรถึงขนาดจะต้องฆ่ากันด้วย” และพูดถึงหมอนิ่มว่า “เรื่องตบตีเมียหรืออะไรพวกนี้มันธรรมดา ถ้าไม่ซาดิสต์ด้วยกัน มันอยู่กันไม่ได้หรอกถึง 6 ปี”

14) เมื่อเรื่องถูกเปิดเผยออกมา นางสุรางค์ ออกมายอมรับว่าเป็นคนจ้างวานให้ฆ่าเอ็กซ์จริง และกระทำเพียงคนเดียว เนื่องจากชีวิตของตัวเองมีลูกสาวแค่คนเดียว สามีก็เสียชีวิตไปนานแล้ว แต่พอลูกสาวมีครอบครัว กลับโดนเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ทุบตีนับครั้งไม่ถ้วน ตัวเองเคยพยายามห้ามปราม แต่ยังโดนลูกเขยเอาปืนมาขู่และเหยียดหยามลูกสาวต่อหน้า จนความอดทนมาขาดสะบั้นในช่วงเดือนกรกฎาคม 2013 เมื่อหมอนิ่มโดนซ้อมจนแท้งลูก

นางสุรางค์กล่าวว่า “ในฐานะแม่ เราคิดว่า ทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้ลูกสาวพ้นทุกข์ทรมาน เราเคยบอกไปหลายครั้งให้เลิก แต่ลูกสาวก็รักสามีมาก และคิดว่าจะกลับไปใช้ชีวิตด้วยกันใหม่ได้ แต่พอสามีออกจากคุก ก็ยังเกิดเรื่องทำร้ายร่างกายซ้ำซาก จนตัดสินใจได้ว่า เอ็กซ์คงไม่มีทางเปลี่ยนตัวเองได้ นำมาสู่เรื่องนี้”

15) จากพยานที่มี และคำสารภาพของนางสุรางค์ คดีก็ดูน่าจะปิดได้ง่ายๆ อย่างไรก็ตาม สังคมยังคงเคลือบแคลงใจว่าหมอนิ่มจะไม่รู้เรื่องอะไรด้วยจริง ๆ หรือ มีชาวเน็ตตั้งข้อสันนิษฐานว่า หรือจริง ๆ หมอนิ่มนั่นล่ะเป็นคนจ้างวานเอง แล้วโยนให้คุณแม่เป็นคนรับผิดชอบ เพราะท่านก็อายุ 68 ปีแล้ว และยังไงคนเป็นแม่ก็ต้องเสียสละทุกอย่างได้เพื่อลูกตัวเองอยู่แล้ว ยิ่งมีภาพหลุดออกมาว่า มีคนหน้าคล้ายหมอนิ่ม ไปออกเดทกับผู้ชายคนใหม่ ทั้ง ๆ ที่สามีเพิ่งเสียชีวิตได้ไม่นาน ยิ่งกระพือดราม่าว่า อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุ ที่อยากกำจัดเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ให้พ้นทางก็ได้

16) วันที่ 19 ธันวาคม 2016 หลังคดียืดเยื้อมานาน 3 ปี ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา ประหารชีวิตหมอนิ่ม, ประหารชีวิตทนายอี๊ดคนจัดหามือปืน และ จำคุกตลอดชีวิตมือปืน กับ มอเตอร์ไซค์ชี้เป้า ส่วนนางสุรางค์ คุณแม่หมอนิ่มโดนยกฟ้อง โดยศาลชั้นต้นระบุว่า นางสุรางค์ พยายามรับผิดแทนลูกสาวมากกว่า

17) อย่างไรก็ตาม หมอนิ่มประกันตัวออกมาสู้คดีต่อในชั้นศาลอุทธรณ์ และวันที่ 7 สิงหาคม 2018 คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดย “สั่งยกฟ้อง” หมอนิ่ม และลงโทษนางสุรางค์ – แม่หมอนิ่มด้วยการประหารชีวิตแทน  ศาลอุทธรณ์ให้เหตุผลว่า หมอนิ่มไม่ได้มีความแค้นกับเหยื่อถึงขั้นจะฆ่าให้ตาย ที่ผ่านมาแม้จะทะเลาะกัน แต่ก็มีเพศสัมพันธ์กันตลอด และตอนที่เอ็กซ์ติดคุกที่เรือนจำ ก็เอาลูกสาวไปเยี่ยมที่คุก นอกจากนั้นยังไม่คัดค้านการประกันตัวเอ็กซ์ทั้ง ๆที่ มีโอกาสจะกลับมาทำร้ายตัวเอง แสดงให้เห็นชัดเจนว่า หมอนิ่มรักสามีมากเกินกว่าจะลงมือสังหารในลักษณะนี้ ที่สำคัญไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่จะสาวตัวไปถึงหมอนิ่มได้เลยว่าเป็นผู้บงการจริง อีกทั้งมีคำรับสารภาพของนางสุรางค์อยู่แล้ว

18) ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด อธิบายการตัดสินในคดีนี้ว่า “เมื่อมือปืนกับคนขี่รถ สารภาพว่าก่อเหตุ แล้วซัดทอดไปที่คนจ้างวานคือทนายอี๊ด แต่ทนายอี๊ดปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หากเป็นดังนี้ พยานหลักฐานอย่างมากก็ถึงแค่ตัวทนายอี๊ดเท่านั้น”

“ศาลพิจารณาจากหลักฐานในสำนวน ส่วนคนบงการที่แท้จริง คงไม่มีใครรู้ แต่ศาลไม่สามารถใช้ความรู้สึกในการตัดสินคดีได้ ดังนั้นถ้าหมอนิ่มจะผิดได้ ทนายอี๊ดต้องรับสารภาพ เพราะมือปืนจริง ๆ ไม่ได้เจอหมอนิ่มแน่นอน แล้วจะเอาอะไรมาลงโทษได้”

19) คำตัดสินจากศาลอุทธรณ์ออกมาแล้ว แต่คดียังไม่จบ เพราะนายจิรศักดิ์มือปืน และ นางสุรางค์ยื่นฎีกาเป็นศาลสุดท้าย และบทสรุปเกิดขึ้นในวันนี้ (8 ตุลาคม 2021) โดยหมอนิ่มได้รับการยกฟ้องตามเดิม ส่วนทนายอี๊ดก็โดนประหารชีวิตตามเดิม ขณะที่มือปืนและคนขับมอเตอร์ไซค์ก็โดนจำคุกตลอดชีวิตเช่นเดิม แต่คนที่ได้การลดโทษคือนางสุรางค์ คุณแม่ของหมอนิ่ม ที่มีอายุ 76 ปีแล้ว จากประหารชีวิต เหลือจำคุก 25 ปี โดยศาลฎีกาอธิบายว่า นางสุรางค์ไม่เคยทำผิดกฎหมายใด ๆ มาก่อน แต่ต้องการจ้างวานมือปืนเพราะอยู่ในความทุกข์อย่างแสนสาหัส และทนไม่ได้ ที่ผู้ตายทำร้ายร่างกายลูกสาวครั้งแล้วครั้งเล่า จึงมีเหตุควรแก่การลดโทษ

20) บทสรุปของคดี ก็สิ้นสุดที่ตรงนี้ หมอนิ่มที่โดนกล่าวหาในโลกออนไลน์มาหลายปี ว่าเป็นคนจ้างฆ่าสามี ก็กลายเป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่เชื่อมโยงว่าเธอเป็นคนจ้างวาน จากนี้ไปเธอก็จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ของตัวเองได้แล้ว

21) สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของคดีนี้คือสิ่งที่ซ่อนอยู่ด้านหลังการฆาตกรรมนั่นคือปัญหา Domestic Violence หรือการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ผู้หญิงหลายคนจำยอมอยู่ในสภาพดังกล่าว โดยหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเอง แต่จริง ๆ นอกจากจะไม่ดีขึ้นแล้ว มีแต่จะแย่ขึ้นเรื่อย ๆ

การไม่ยอมเอาตัวออกมาจากจุดอันตราย ยอมโดนตบตีเป็นกระสอบทราย สุดท้ายจึงนำมาสู่อาชญากรรมสะเทือนขวัญ เพราะคนที่ใช้กำลังจะเพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หรือฝ่ายที่โดนกระทำอาจเจ็บแค้นและเอาคืนด้วยการฆ่า ซึ่งก็เป็นโศกนาฏกรรมอยู่ดี

คดีของเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ จึงเป็นกรณีศึกษาได้เป็นอย่างดีว่า ความรุนแรงในครอบครัว มีแต่จะทำลายทุกอย่าง และการซ้อมผัว ตบตีเมีย มันไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องปกติของสังคมไทย

———————————————–

ติดตามบทวิเคราะห์ทีมข่าวอาชญากรรม ใน The FLOWs ข่าวสาร

#NewsandTalk

#Ratchatanews.com

#ChiangMaiTalkNewspaper

#ย้อนรอยคดีเอ็กซ์จักรกฤษณ์ #หมอนิ่ม

#ทนายอี๊ด #นักแม่นปืน

 1,391 total views,  2 views today

Facebook Comments: (1) ห้ามใช้คำพูด หรือเขียนข้อความหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกดูหมิ่นดูแคลน (2) ห้ามพูดหรือเขียนข้อความอันจาบจ้วงสถาบันหลักสำคัญของชาติ ห้ามละเมิดกฎหมาย ป.อาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด (3) ห้ามพูดจาละเมิดหรือเขียนข้อความอันสร้างความเกลียดชังในเรื่อง ชาติ ศาสนา เชื้อชาติ การแสดงความเคารพต่างๆ ของส่วนบุคคล และของประเทศต่างๆ ห้ามเอาความเชื่อส่วนบุคคลมาวิพากย์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นดูแคลนเหยีดหยาม (4) ห้ามพูดจาหรือเขียนข้อความ ที่ดูหมิ่น-ละเมิดศาล หรือวิจารณ์วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโดยเด็ดขาด (5) ห้ามเขียนหรือกระทำการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ (6) ต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมายและระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคารพกฏหมายอย่างเข้มงวด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น