“บ่อนพนัน” ท่อน้ำเลี้ยงของใคร? วัดใจรัฐบาล คาสิโน”แสนล้าน “รอบบ้าน

ว่ากันว่า เชื้อโควิด-19 มีความร้ายกาจชนิดที่ว่า ทำให้ปัญหาความโสมมของบางพื้นที่ ถูกเจ้าเชื้อร้ายขจัดงัดมันออกโชว์กลางแจ้งล่อนจ้อนให้สังคมได้ตั้งคำถาม

ไล่เรียงไปตั้งแต่ปัญหา การลักลอบข้ามแดนทางช่องทางธรรมชาติที่เชียงราย ปัญหาการลักลอบนำเข้าแรงงานผิดกฎหมายที่สมุทรสาคร และล่าสุดกับบ่อนการพนันหลังบขส.กลางเมืองระยอง ทั้ง 3 ปัญหา ถูกเชื้อโควิดแฉถึงความหละหลวม ละเลยและเห็นแก่ตัว จนทำให้มีผู้ติดเชื้อจากทั้งสามปัญหาทุบทำลายเศรษฐกิจและปาร์ตี้ปีใหม่ไปโดยบัดดล

หากจำกันได้จากคำพูดของเจ้าสัวซีพี ธนินท์ เจียรวนนท์ แนะให้รัฐเปิดบ่อนคาสิโน  พัทยา-ภูเก็ต-เชียงใหม่ ทำให้เหมือนลาสเวกัสเชื่อว่า จะสร้างรายได้ให้ประเทศมากกว่ามาเก๊า  ไทยจะเป็นอันดับหนึ่งของโลกการพนัน  8.7 แสนล้าน เช่นเดียวกับ “สวัสดิ์  หอรุ่งเรือง” และพันธมิตรที่ระดมทุนหมื่นล้าน ซื้อเกาะล้าน หวังเนรมิตให้เป็นเกาะสวรรค์ นั่นหมายถึง ถ้ารัฐ อนุญาตให้เปิดบ่อนคาสิโนได้ ที่นี่จะเป็นอภิมหาคอมเพล็กซ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในภูมิภาคนี้

เมื่อไม่นานมานี้ มีการประชุมวิชาการ “การพนันรอบบ้าน : ปัญหาที่สังคมไทยไม่อาจมองข้าม” ห้องประชุม 209 คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.รัตพงษ์ สอนสุภาพ อาจารย์ประจำวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต เสนอหัวข้อ “บ่อนการพนันตามแนวชายแดน: ผลกระทบและแนวทางการจัดการ พบว่า แนวโน้มการพนันสมัยใหม่ถูกเชื่อมโยงกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือ “ระบบออนไลน์” มีแนวโน้มเติบโตโดยเฉพาะอินเตอร์เน็ตและการคิดค้นเกมการพนันรูปแบบใหม่ ๆ เกิดเป็นการพนันออนไลน์ และความพยายามของรัฐบาลในหลายประเทศที่ส่งเสริมบ่อนการพนันแบบดั้งเดิมให้กลายเป็นแหล่งบันเทิงกึ่งรีสอร์ท

ธุรกิจเกมการพนันในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถือว่าเติบโตกว่าภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก โดยในปี 2558 มีมูลค่า 34,280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1 ล้านล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 49.7 ปัจจุบัน  ตลาดในภูมิภาคนี้จะโตเฉลี่ยร้อยละ 18.3 ต่อปี เมื่อย้อนดูข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติระหว่างปี พ.ศ.2549-2553 พบว่ามีคดีที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมประชาชนที่ลักลอบเล่นการพนันมากเป็นอันดับ 3 คิดเป็นร้อยละ 21 รองจากอาชญากรรมที่เกิดจากการประทุษร้ายต่อชีวิตและทรัพย์สิน และการค้ายาเสพติดซึ่งคิดเป็นร้อยละ 29 และ ร้อยละ 28 ตามลำดับ

ส่วนปริมาณคดีการพนันที่มีการยื่นฟ้องเข้าสู่ศาลยุติธรรมมีจำนวนมาก ก่อนหน้านี้โดยในปี พ.ศ.2547 มีคดีขึ้นสู่ศาลชั้นต้น 76,365 คดี ในชั้นศาลอุทธรณ์ 1,128 คดี และสิ้นสุดที่ศาลฎีกา 1678 และมีแนวโน้มสูงขึ้นเป็นลำดับสะท้อนให้เห็นว่า

(1) ธุรกิจการพนันเริ่มเข้ามามีบทบาทอย่างมีนัยสำคัญต่อนโยบายการหารายได้ของรัฐ

(2) การพนันเป็นต้นตอของปัญหาหลายอย่าง เช่น ปัญหาการติดพนัน ปัญหาเศรษฐกิจครัวเรือน ปัญหาอาชญากรรม

(3) รัฐบาลไม่มีนโยบายชัดเจนเกี่ยวกับบ่อนพนันตามแนวชายแดน

ขณะที่จำนวนบ่อนภายในประเทศมีประมาณ 1,500 แห่ง เป็นบ่อนที่ผิดกฎหมาย เป็นการลักลอบเล่น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วบ่อนการพนันจะเปิดให้เล่นได้จะต้องรับไฟเขียวเจ้าหน้าที่รัฐก่อน ส่วนบ่อนการพนันตามแนวชาวแดนมีประมาณ 10 แห่ง ที่เป็นขนาดใหญ่และมีขนาดเล็กอีกเป็นจำนวนมาก โดยมีลูกค้าเป็นคนไทย ร้อยละ 90 และเจ้าของบ่อนจำนวนไม่น้อยเป็นนักธุรกิจ นักการเมืองและผู้มีอิทธิพลซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้นำทางการเมือง

ผลกระทบจากการพนันชายแดนด้านลบต่อสังคมเชื่อว่าเป็นแหล่งฟอกเงิน แหล่งหลบซ่อนของอาชญากรหลบหนีการจับกุม ค้ายาเสพติด และการค้าประเวณี ส่วนด้านบวกทำให้คนไทยจำนวนหนึ่งมีงานทำ และสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภคภายในบ่อนการพนันส่วนใหญ่เป็นสินค้าจากไทยและเจ้าของที่เป็นคนไทย ถ่ายเทเงินที่ได้ไปลงทุนในธุรกิจอื่นซึ่งเป็นธุรกิจถูกกฎหมาย

ด้าน รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ได้กล่าวกับ”The FLOWs”ว่า คาสิโนในเอเชียกำลังเติบโต โดยเฉพาะที่มาเก๊าและสิงค์โปร์สามารถสร้างเม็ดเงินจำนวนมหาศาล แนวโน้มข้างหน้าคาสิโนในสหรัฐอเมริกาและยุโรปจะตกต่ำลงมากขึ้น

          “เมื่อ 10 ปีที่แล้วมีคนไทยที่ออกไปเล่นการพนันในประเทศเพื่อนบ้านประมาณ 2 ล้านคน เงินที่ออกไปประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ขณะนี้มีคนที่ออกไปเล่นประมาณ 4 ล้านคน ขณะที่ เมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หากรัฐยังไม่อนุญาตให้มีคาสิโนที่ถูกกฎหมาย การเคลื่อนย้ายของทุนและแรงงานที่สะดวกมากขึ้นอาจทำให้คนไทยหันไปตั้งคาสิโนที่ถูกกฎหมายในประเทศเพื่อนบ้าน”

ส่วนบ่อนการพนันในประเทศจะมีความสำคัญน้อยลง ปัญหาบ่อนการพนันของไทยในอนาคตจะไม่เป็นประเด็นใหญ่เนื่องจากเม็ดเงินน้อยลง แต่ยังไม่หมดไปเนื่องจากมีตำรวจส่วนหนึ่งสนับสนุนให้บ่อนการพนันเหล่านี้ยังทำงานต่อไปได้ และนักการเมืองท้องถิ่นจำนวนหนึ่งยังได้ประโยชน์ ขณะที่วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงกับวัฒนธรรมไทย แต่ประเทศเหล่านี้สามารถก้าวพ้นศีลธรรม แต่กรณีไทยข้อถกเถียงเรื่องศีลธรรมยังไม่ตกผลึกจึงยังไม่สามารถทำให้การพนันถูกกฎหมายได้

—————————————————————-

ติดตามบทวิเคราะห์การเมืองเข้มข้น..ความจริง..ชัดเจนใน The FLOWs ข่าวสาร

#NewsandTalk

#Ratchatanews.com

#ChiangMaiTalkNewspaper

#บ่อนการพนัน

#รศดรสังศิตพิริยะรังสรรค์

 568 total views,  2 views today

Facebook Comments: (1) ห้ามใช้คำพูด หรือเขียนข้อความหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกดูหมิ่นดูแคลน (2) ห้ามพูดหรือเขียนข้อความอันจาบจ้วงสถาบันหลักสำคัญของชาติ ห้ามละเมิดกฎหมาย ป.อาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด (3) ห้ามพูดจาละเมิดหรือเขียนข้อความอันสร้างความเกลียดชังในเรื่อง ชาติ ศาสนา เชื้อชาติ การแสดงความเคารพต่างๆ ของส่วนบุคคล และของประเทศต่างๆ ห้ามเอาความเชื่อส่วนบุคคลมาวิพากย์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นดูแคลนเหยีดหยาม (4) ห้ามพูดจาหรือเขียนข้อความ ที่ดูหมิ่น-ละเมิดศาล หรือวิจารณ์วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโดยเด็ดขาด (5) ห้ามเขียนหรือกระทำการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ (6) ต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมายและระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคารพกฏหมายอย่างเข้มงวด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น