สุดปัง!! “นายกฯ” ปลื้มกระแสคนละครึ่ง เฟส 3 ย้ำเร่งคุมราคาสินค้า

“นายกฯ” ปลื้ม ปชช. พอใจมาตรการ “คนละครึ่ง เฟส 3” มากที่สุด รัฐบาลเดินหน้ามาตรการเร่งด่วนคุมราคาสินค้าดูแลประชาชนทุกกลุ่ม

วันที่ 26 ต.ค.2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณีมาตรการช่วยเหลือของรัฐในช่วงโควิด-19 จากการสำรวจของสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศที่ได้เข้าร่วมมาตรการ/โครงการของรัฐ (ระหว่างวันที่ 18-21 ตุลาคม 2564) ในช่วงครึ่งปีหลัง 2564 จาก 5 มาตรการ ได้แก่

1.) มาตรการคนละครึ่งเฟส 3

2.) มาตรการลดค่าไฟฟ้า น้ำปะปา

3.) มาตรการช่วยเหลือผู้ปกครอง 2,000 บาท

4.) มาตรการลดค่าเทอมนักเรียน/นักศึกษา

5.) มาตรการเยียวยาผู้ประกันตน ม.33/ม.39 และ ม.40 ในพื้นที่จังหวัดสีแดงเข้ม

พบว่า ประชาชนกลุ่มสำรวจ มีความพึงพอใจมาตรการ “คนละครึ่ง เฟส 3” มากที่สุด เพราะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละวันได้ ช่วยประคับประคองการบริโภค ทำให้ประชาชนมีการวางแผนการใช้จ่ายดีขึ้น  รองลงมาคือมาตรการลดค่าไฟฟ้า น้ำปะปา /มาตรการช่วยเหลือผู้ปกครอง 2,000 บาท / มาตรการลดค่าเทอมนักเรียน-นักศึกษา และมาตรการเยียวยาผู้ประกันตน ม.33/ม.39 และ ม 40 ในพื้นที่จังหวัดสีแดงเข้ม ตามลำดับ 

ทั้งนี้ ในส่วนของความคืบหน้ามาตรการใช้จ่ายลดค่าครองชีพของรัฐ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 เพิ่มกำลังซื้อในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ มียอดการใช้จ่ายของแต่ละโครงการ ผู้ใช้สิทธิสะสมรวม 40.30 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสมรวม 124,414.8 ล้านบาท แบ่งเป็น

1.) โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 25.44 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 110,123.4 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่ประชาชนจ่ายสะสม 55,975.3 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 54,148.1 ล้านบาท

2.) โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 84,680 คน ยอดใช้จ่ายส่วนประชาชนสะสม 2,764 ล้านบาท และยอดใช้จ่ายด้วย e-voucher สะสม 144 ล้านบาท

3.) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 13.54 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 10,598.9 ล้านบาท และ

4.) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 1.24 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 784.5 ล้านบาท

โฆษกฯ กล่าวว่า ในส่วนของข้อมูลการใช้จ่ายผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์ม ล่าสุด (ข้อมูล ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2564) โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 มีการใช้จ่ายสะสมประมาณ 752.2 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนใช้สะสมจ่าย 388.1 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่าย 364.1 ล้านบาท สำหรับโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีค่าใช้จ่ายสะสมกว่า 600,000 บาท โดยมีผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มให้บริการผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มแล้ว กว่า 65,000 ราย ซึ่งในเดือนพฤศจิกายนนี้ รัฐบาลยังเพิ่มวงเงินให้กับผู้ได้รับสิทธิในโครงการคนละครึ่งอีกคนละ 1,500 บาท ใช้สิทธิได้ถึง 31 ธันวาคม 2564  โดยขณะนี้ผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 3 เต็มจำนวน 28 ล้านสิทธิแล้ว

อย่างไรก็ตาม อยู่ระหว่างการประมวลผลจำนวนผู้ลงทะเบียนไม่สำเร็จเพื่อประกอบการพิจารณาความเป็นไปได้ในการนำสิทธิดังกล่าวกลับมาเปิดให้ลงทะเบียนอีกครั้ง ส่วนโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ยังเหลืออีกประมาณ 5 แสนสิทธิ ประชาชนสามารถลงทะเบียนได้ทางเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หรือผ่าน G-Wallet บนแอปพลิคเคชัน “เป๋าตัง” จนกว่าจะครบ 1 ล้านสิทธิ 

“จากสถานการ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยาวนาน กระทบต่อเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตของประชาชน รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เร่งรัดมาตรการต่างๆ ออกมาช่วยเหลือและบรรเทาความร้อนของพี่น้องประชาชน เสียงตอบรับที่ดีจากประชาชน ถือเป็นกำลังใจให้ รัฐบาลเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือเยียวยาดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากทั้งโควิด-19 และความเดือดร้อนจากอุกทกภัยให้ทั่วถึงทุกกลุ่ม ทั้งติดตามควบคุมราคาสินค้า ค่าครองชีพ ราคาน้ำมัน การพักชำระหนี้ การแก้ไขปัญหาหนี้สินเพื่อให้พี่น้องประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขต่อไปโดยเร็ว” โฆษกฯ กล่าว

—————————————————–

#NewsandTalk

#Ratchatanews.com

#ChiangMaiTalkNewspaper

#การเมือง

#โครงการคนละครึ่งเฟส 3 #ยิ่งใช้ยิ่งได้ #โควิด19

#มาตรการช่วยเหลือของรัฐ

#ประยุทธ์จันทร์โอชา #บิ๊กตู่

 533 total views,  2 views today

Facebook Comments: (1) ห้ามใช้คำพูด หรือเขียนข้อความหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกดูหมิ่นดูแคลน (2) ห้ามพูดหรือเขียนข้อความอันจาบจ้วงสถาบันหลักสำคัญของชาติ ห้ามละเมิดกฎหมาย ป.อาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด (3) ห้ามพูดจาละเมิดหรือเขียนข้อความอันสร้างความเกลียดชังในเรื่อง ชาติ ศาสนา เชื้อชาติ การแสดงความเคารพต่างๆ ของส่วนบุคคล และของประเทศต่างๆ ห้ามเอาความเชื่อส่วนบุคคลมาวิพากย์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นดูแคลนเหยีดหยาม (4) ห้ามพูดจาหรือเขียนข้อความ ที่ดูหมิ่น-ละเมิดศาล หรือวิจารณ์วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโดยเด็ดขาด (5) ห้ามเขียนหรือกระทำการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ (6) ต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมายและระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคารพกฏหมายอย่างเข้มงวด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น