พิธีลงนามร่วมก่อตั้ง “ศูนย์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และวัฒนธรรม อู่ฮั่น-อาเซียน” และการเสวนามองโอกาสในวิกฤต เจาะโอกาสทางการค้าในอู่ฮั่น ณ จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม 2564 ได้มีพิธีลงนามร่วมก่อตั้ง “ศูนย์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และวัฒนธรรม อู่ฮั่น-อาเซียน” และการเสวนามองโอกาสในวิกฤต เจาะโอกาสทางการค้าในอู่ฮั่น ณ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสมาคมการค้าวาณิชธุรกิจไทย-จีน Thai-China Business Union (TCBU) ได้เป็นตัวแทนผู้ประสานงานประจำประเทศไทยอย่างเป็นทางการในการประสานงานหน่วยงานในประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมศูนย์ความร่วมมือฯ นี้ และผู้ประสานงานฝั่งอู่ฮั่นคือ Wuhan Public Relations Association และศูนย์ความร่วมมือฯ ยังได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากรัฐบาลมณฑลหูเป่ยและเมืองอู่ฮั่น

การลงนามรอบภาคเหนือมีผู้เข้าร่วมลงนาม ได้แก่

1. นายปิยะศักดิ์ พงศ์อัมพรศักดา ผู้ร่วมก่อตั้งและรองประธานสมาคมการค้าวาณิชธุรกิจไทยจีน

2. นายอาคม สุวรรณกันธา ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอี จังหวัดเชียงใหม่

3. นายวโรดม ปิฎกานนท์ ประธานคณะทำงานด้านการค้าการลงทุนและการค้าชายแดนภาคเหนือ หอการค้าไทย

ผู้เข้าร่วมลงนามฝ่ายอู่ฮั่น ได้แก่

1.殷浩 Yin Hao เลขาธิการ China Time-honed Investment Alliance, ประธาน Midwest Elite Enterprise Club, ประธาน Wuhan Public Relations Association

2. 熊汉仙 Xiong Hanxian รองประธานสหภาพแรงงานอู่ฮั่น, รองผู้อำนวยการคณะกรรมการชาวจีนและชาวต่างชาติที่พำนักในต่างประเทศของอู่ฮั่น, ประธานกิตติมศักดิ์ Wuhan Public Relations Association

3. 马萧 Ma Xiao คณบดี School of Foreign Languages of Wuhan University หัวหน้าที่ปรึกษาด้านการต่างประเทศของ Wuhan Public Relations Association

4. 叶青 Ye Qing รองผู้อำนวยการสำนักสถิติมณฑลหูเป่ย สมาชิกคณะกรรมการประจำสภาที่ปรึกษาทางการเมืองมณฑลหูเป่ย หัวหน้าที่ปรึกษาทางการเงิน Wuhan Public Relations Association

5. 肖家燕 Xiao Jiayan ผู้อำนวยการศูนย์ MTI ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีหูเป่ย และรองประธาน Wuhan Public Relations Association

โดยศูนย์ความร่วมมือนี้มีที่มาจากอู่ฮั่นซึ่งเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน และด้วยที่ตั้งที่อยู่ตอนกลางของประเทศจีนทำให้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทั้งในการการเมืองการปกครอง การขนส่งคมนาคม การศึกษา วัฒนธรรม และเทคโนโลยี ได้รับฉายาว่าเป็น  “ชิคาโกแห่งเอเชีย” เนื่องจากเป็นเมืองที่มีความทันสมัยในอันดับต้นๆ ของเอเชีย เป็นเมืองศูนย์กลางการศึกษาที่มีถึง 84 มหาวิทยาลัย มากที่สุดในโลก มีนักศึกษามากกว่า 1.3 ล้านคน จากประชากรกว่า 11 ล้านคน  มีประชากรมากที่สุดอันดับ 7 ในประเทศจีน  และเป็นเมืองที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก

แต่ด้วยพื้นที่ที่อยู่ตอนกลางทำให้การติดต่อระหว่างภูมิภาคตอนกลางของจีนกับกลุ่มประเทศอาเซียนนั้นยากลำบาก ไม่เหมือนกับมณฑลกวางตุ้งและกวางซีที่อยู่ทางตอนใต้ และมีอาณาเขตติดกับทะเล ดังนั้น ทางรัฐบาลมณฑลหูเป่ยและเมืองอู่ฮั่นจึงได้มีความคิดที่จะส่งเสริมการติดต่อไปมาระหว่างภูมิภาค จึงได้ให้ Wuhan Public Relations Association เป็นผู้ประสานงานก่อตั้งศูนย์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และวัฒนธรรม อู่ฮั่น-อาเซียน หลังจากการก่อตั้งศูนย์จะทำให้เกิดการส่งเสริมการติดต่อหาสู่ระหว่างภาคประชาชนและเอกชนมากขึ้น รวมถึงการร่วมมือทางด้านการค้าการลงทุน เทคโนโลยี การศึกษา และวัฒนธรรม โดยการนี้ทาง Wuhan Public Relations Association ได้มอบหมายให้สมาคมการค้าวาณิชธุรกิจไทย-จีน Thai-China Business Union (TCBU) ได้เป็นตัวแทนผู้ประสานงานประจำประเทศไทย

นอกจากนี้ ทางอู่ฮั่นได้กล่าวว่า ความร่วมมือแรกที่สามารถเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดก็คือ การค้าอิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน หรือ cross-border e-commerce ซึ่งในขณะนี้ทางเมืองอู่ฮั่นกำลังมีการก่อสร้างคลังสินค้าปลอดภาษีสำหรับ e-commerce โดยเฉพาะ ซึ่งสินค้าที่จะนำไปจำหน่ายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ จะถูกพักในคลังนี้โดยที่ยังไม่เสียภาษี ซึ่งจะเสียต่อเมื่อมีการขายสินค้าได้ ซึ่งรองรับสินค้าที่เก็บในอุณหภูมิปกติ และสินค้าที่ต้องการรักษาความเย็น ซึ่งคลังปลอดภาษีจะช่วยแก้ปัญหาด้านการขนส่ง และต้นทุนขนส่งให้ถูกลงจากความได้เปรียบที่อยู่ตอนกลางของประเทศ และในขณะนี้ก็ได้มีการก่อสร้างสนามบินเพื่อการขนส่งสินค้าโดยเฉพาะซึ่งกำลังจะมีการเปิดใช้งาน

หลังจากการลงนามยังได้มีการเสวนาและแชร์ประสบการณ์จาก ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย คอลัมนิสต์ชื่อดัง เจ้าของภัตตาคารอาหารไทยในห้างสุดหรูของอู่ฮั่น (K-11) และอีก 4 สาขาในจีน ที่ได้เข้าไปลงทุนในอู่ฮั่นในช่วงสถานการณ์โรคระบาด และได้ให้แนวคิดการพัฒนาสินค้าอย่างไรให้ตรงกับความต้องการของตลาดจีน และข้อดีของการเข้าตลาดในอู่ฮั่น และยังได้ระบุว่ามีสินค้าที่กำลังเติบโตคือกาแฟ และสินค้าด้านอาหารและผลไม้ที่ยังได้รับความนิยม และยินดีที่จะสนับสนุนสินค้าที่มีคุณภาพของไทยไปวางขายมากขึ้นด้วย

ทางสมาคมยินดีที่จะทำหน้าที่ส่งเสริมผู้ประกอบการไทย และส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีนให้แน่นแฟ้นกันมากขึ้น

Cr. สมาคมการค้าวาณิชธุรกิจไทย-จีน. พิธีลงนามร่วมก่อตั้ง “ศูนย์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และวัฒนธรรม อู่ฮั่น-อาเซียน”. https://www.tcbu.or.th/…/wuhan-asean-economic…/

——————————————

#NewsandTalk

#Ratchatanews.com

#ChiangMaiTalkNewspaper

#สมาคมการค้าวาณิชธุรกิจไทยจีน

#TCBU

# TCBU

#สมาพันธ์เอสเอ็มอีเชียงใหม่

#หอการค้าภาคเหนือ

Loading

Facebook Comments: (1) ห้ามใช้คำพูด หรือเขียนข้อความหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกดูหมิ่นดูแคลน (2) ห้ามพูดหรือเขียนข้อความอันจาบจ้วงสถาบันหลักสำคัญของชาติ ห้ามละเมิดกฎหมาย ป.อาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด (3) ห้ามพูดจาละเมิดหรือเขียนข้อความอันสร้างความเกลียดชังในเรื่อง ชาติ ศาสนา เชื้อชาติ การแสดงความเคารพต่างๆ ของส่วนบุคคล และของประเทศต่างๆ ห้ามเอาความเชื่อส่วนบุคคลมาวิพากย์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นดูแคลนเหยีดหยาม (4) ห้ามพูดจาหรือเขียนข้อความ ที่ดูหมิ่น-ละเมิดศาล หรือวิจารณ์วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโดยเด็ดขาด (5) ห้ามเขียนหรือกระทำการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ (6) ต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมายและระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคารพกฏหมายอย่างเข้มงวด

Leave a Reply

Your email address will not be published.