กรมอุทยานฯ รับมอบเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา พร้อมเปิดการท่องเที่ยวเสมือนจริงออนไลน์

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2564 นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รับมอบเส้นทางศึกษาธรรมชาติธรรมชาติอ่างกา อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จากนายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ประธานกรรมการมูลนิธิไทยรักษ์ป่า โดยมีนายสมหวัง เรืองนิวัติศัย นางรุ่งนภา พัฒนวิบูลย์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายยุทธพงศ์ ไชยศรี นายอำเภอจอมทอง นายอิศเรศ สิทธิโรจนกุล ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) นายเกรียงไกร ไชยพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ คณะกรรมการบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) คณะกรรมการมูลนิธิไทยรักษ์ป่าและผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมพิธีฯ ณ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

นายธัญญา กล่าวว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดความยั่งยืนอันเป็นการช่วยหนุนเสริม ภารกิจของกรมอุทยานฯ เกี่ยวกับการอนุรักษ์ ส่งเสริม และฟื้นฟู ทรัพยากรป่าไม้สัตว์ป่าและพันธุ์พืช รักษาสมดุลของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมตลอดจนความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อเป็นแหล่งต้นน้ำ ลำธาร แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า แหล่งอาหาร แหล่งนันทนาการและการท่องเที่ยวทางธรรมชาติของประชาชน การปรับปรุงเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกาให้มีความสมบูรณ์ คำนึงถึงคนทุกกลุ่มให้มีความเท่าเทียมกันควบคู่กับการรักษาระบบนิเวศในพื้นที่ที่มีความเปราะบาง จึงเป็นความร่วมมือที่สำคัญระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติฯ และมูลนิธิไทยรักษ์ป่าเมื่อผนวกกับการสื่อความหมายธรรมชาติในรูปแบบที่เข้าถึงได้ในพื้นที่และแบบออนไลน์ จึงเป็นพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศในการช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและกระตุ้นให้เกิดการตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำสูงที่สุดของไทยและเป็นต้นแบบการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติในพื้นที่อุทยาน ซึ่งการมอบเส้นทางครั้งนี้นับเป็นการเริ่มต้นที่จะสร้างความเข้าใจสู่สังคม

สำหรับ อ่างกาเป็นพื้นที่ที่มีความพิเศษในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เป็นป่าภูเขาที่มีความสูงที่สุดในประเทศไทย มีความหลากหลายของพืชพรรณและสิ่งมีชีวิตที่พบได้ยาก เนื่องจากสภาพพื้นที่หนาวตลอดทั้งปีและมีความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของป่าดึกดำบรรพ์ จึงเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการถ่ายทอดเรื่องราวความสำคัญและเสน่ห์ของผืนป่าให้กับนักท่องเที่ยวและผู้คนในวงกว้าง แต่ที่ผ่านมาในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 กรมอุทยานฯ ได้ประกาศปิดพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวเป็นโอกาสให้ธรรมชาติและระบบนิเวศหลายแห่งได้ฟื้นตัว นอกจากนี้ยังได้นำเทคโนโลยี VR หรือ Virtual Reality มาใช้เป็นการท่องเที่ยวแบบ Virtual Tour หรือทัวร์เสมือนจริงในพื้นที่เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติอ่างกา เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้เดินทางมาด้วยตัวเองสอดคล้องกับการท่องเที่ยวแบบ New Normal    

ในสถานการณ์โควิด-19 ด้วยการจำลองสภาพแวดล้อมต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เพื่อให้ผู้ใช้งานมีความรู้สึกเหมือนอยู่ในสถานที่นั้นจริงๆ ให้นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินไปกับทัวร์ออนไลน์สอดแทรกความรู้ คำอธิบายเกี่ยวกับพันธุ์พืช สภาพแวดล้อมต่าง ๆ โดยสามารถใช้งานผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก รวมไปถึงแว่น VR หรือเครื่องสวมหัวเพื่อดู VR เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้ามาเยี่ยมชมและสัมผัสประสบการณ์แหล่งท่องเที่ยวแบบเสมือนจริง โดยสามารถเข้าชมได้ทาง https://my.treedis.com/tour/bb43303a

ทั้งนี้ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ขอบคุณมูลนิธิไทยรักษ์ป่าและบริษัทผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือเอ็กโก กรุ๊ป ที่มาร่วมดำเนินการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะสนับสนุนงานด้านการอนุรักษ์เพื่อดูแลทรัพยากรธรรมชาติของไทยให้มีความมั่นคงและยั่งยืน นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนการดำเนินงานของอุทยานแห่งชาติฯ ในการส่งเสริมและฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า รวมถึงพันธุ์พืชโดยการปลูกจิตสำนึกให้ชุมชนและเยาวชนให้มีความรู้สึกหวงแหนมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรท้องถิ่นและขยายความร่วมมือจากอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ไปอุทยานแห่งชาติเขาหลวงจังหวัดนครศรีธรรมราชอีกด้วย

ที่มา : ข่าวกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

#NewsandTalk #Ratchatanews.com #ChiangMaiTalkNewspaper

#กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 424 total views,  4 views today

Facebook Comments: (1) ห้ามใช้คำพูด หรือเขียนข้อความหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกดูหมิ่นดูแคลน (2) ห้ามพูดหรือเขียนข้อความอันจาบจ้วงสถาบันหลักสำคัญของชาติ ห้ามละเมิดกฎหมาย ป.อาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด (3) ห้ามพูดจาละเมิดหรือเขียนข้อความอันสร้างความเกลียดชังในเรื่อง ชาติ ศาสนา เชื้อชาติ การแสดงความเคารพต่างๆ ของส่วนบุคคล และของประเทศต่างๆ ห้ามเอาความเชื่อส่วนบุคคลมาวิพากย์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นดูแคลนเหยีดหยาม (4) ห้ามพูดจาหรือเขียนข้อความ ที่ดูหมิ่น-ละเมิดศาล หรือวิจารณ์วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโดยเด็ดขาด (5) ห้ามเขียนหรือกระทำการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ (6) ต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมายและระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคารพกฏหมายอย่างเข้มงวด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น