เช็คเสียงแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล “พลังประชารัฐ-ประชาธิปัตย์-ชาติไทยพัฒนา-ภูมิใจไทย” ขานรับระบบเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ

ภายหลังโปรดเกล้าฯ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 1 โดยให้มีการใช้ระบบเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ 1 ใบเลือกคน 1 ใบเลือกพรรคที่มีการวิเคราะกันว่า ระบบแบบนี้จะเป็นคุณกับพรรคการเมืองระดับพรรคใหญ่ที่จะทำให้มีจำนวน ส.ส.แบบระบบบัญชีรายชื่อเข้าสภาได้มาก ไปสำรวจซุ่มเสียงขานรับของพรรคการเมืองในฝั่งพรรคร่วมรัฐบาล ว่าเห็นดีเห็นงามกับระบบเลือกตั้งที่ย้อนกับไปใช้รูปแบบเดียวกับรัฐธรรมนูญปี  2540 กันอย่างไร

“พลังประชารัฐ” ชี้พรรคไหนได้เปรียบ-เสียเปรียบ อยู่ที่ประชาชนเลือกใคร 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ตอบคำถามสื่อกรณีมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ พรรคพลังประชารัฐมีการประเมินภายในหรือไม่ว่าได้เปรียบหรือเสียเปรียบอย่างไร พล.อ. ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ 2 ใบ ก็ต้อง 2 ใบ ก็ต้องเลือกกันไปก็แล้วแต่ประชาชน  

เมื่อถามว่ามีการวิเคราะห์ว่าพรรคที่ได้เปรียบคือพรรคขนาดใหญ่ เช่น พปชร. และพรรคเพื่อไทย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะไปรู้ได้อย่างไร ว่าได้เปรียบหรือไม่ได้เปรียบต้องไปถามประชาชนว่าใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ เมื่อถามว่ามีการวิเคราะห์ว่าบัตรเลือกตั้ง 2 ใบจะเข้าทางพรรคเพื่อไทย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็แล้วแต่ประชาชน เมื่อถามว่าจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตทั้ง 400 เขตหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ไม่ตอบ บอกเพียงว่า ก็ต้องเตรียมพร้อม เมื่อถามว่า พปชร. จะมีประชุมใหญ่ ส.ส. เมื่อใด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่รู้ 

“ปชป.” ชี้บัตรลต. 2 ใบ ทำ ปชต.-พรรคการเมือง เข้มแข็ง หนุนเบอร์เดียวทั่วปท. เพื่อง่ายปชช.เลือก

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่กำหนดให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ว่า สูตรการคำนวณนั้นมีหลักเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญภาพรวมอยู่แล้ว อธิบายเข้าใจง่ายๆ คือถ้าพรรคไหนได้คะแนน 100% ก็ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน ถ้าพรรคไหนได้ระบบบัตรใบที่ 2 ได้ 60 เปอร์เซ็นต์ก็ได้ ส.ส. 60 คนหลักก็เป็นประมาณนี้ ถ้าคำนวณอย่างนี้ก็เข้าใจง่ายๆ แต่ถ้าจะเอาตัวนั้นตัวนี้ไปหารก็จะซับซ้อน ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ความสำคัญกับพรรคการเมืองมากขึ้น เนื่องจากหากเป็นระบบบัตรใบเดียวต้องเอาคนกับพรรคมามัดรวมกันประชาชนไม่สามารถแยกได้ ถ้าต้องการเลือกคนแต่ไม่ต้องการเลือกพรรคหรือเลือกพรรคแต่ไม่ต้องการเลือกคน ระบบบัตรใบเดียวตัวบุคคลจึงมีความสำคัญ แต่พรรคการเมืองก็เหมือนถูกด้อยค่าลงไป ซึ่งหลักประชาธิปไตยพรรคการเมืองควรเป็นสถาบันหรือกลไกที่มีความสำคัญเป็นลำดับต้น เพราะถ้าพรรคการเมืองไม่มีความเข้มแข็งไม่มีความสำคัญประชาธิปไตยก็ไปยาก

นายจุรินทร์ กล่าวว่า แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นระบบบัตร 2 ใบ ตนก็คิดว่าจะทำให้พรรคการเมืองมีความสำคัญ การลงสมัครรับเลือกตั้งนอกจากประชาชนจะพิจารณาตัวบุคคลแล้ว ต้องพิจารณาพรรคการเมืองด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีและพรรคประชาธิปัตย์ก็สนับสนุนมาโดยตลอดเมื่อมาถึงวันนี้ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบอบประชาธิปไตย

เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องปรับโครงสร้างเพื่อรองรับระบบการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า คงไม่ต้องปรับอะไรเพราะเราก็คุ้นเคยกับระบบนี้มาอยู่แล้ว แต่พอมาเป็นรัฐธรรมนูญ ปี 60 ที่ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว อันนั้นเราต้องปรับและต้องปรับทุกพรรคแต่ถ้าย้อนกลับไปใช้ระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เป็นสิ่งที่มันเป็นสิ่งที่เราเคยทำมาแล้วและประชาชนก็เข้าใจดีว่าบัตรใบที่ 1 เลือกบุคคล บัตรที่ 2 เลือกพรรค มันมีความชัดเจนในตัวของมัน

เมื่อถามว่าควรจะเป็นเบอร์เดียวกันหรือไม่ทั้งบุคคลและพรรค นายจุรินทร์ กล่าวว่า ควรจะเป็นเบอร์เดียวกันเพื่อความสะดวกของประชาชนพี่จะพิจารณาและตัดสินใจ ส่วนพรรคจะส่งครบทุกเขตหรือไม่นั้นกำลังดำเนินการอยู่ แล้วในเรื่องตัวบุคคลที่มีความคืบหน้าเยอะแล้วแต่โดยหลักควรจะส่งให้ครบทุกเขต

เมื่อถามว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. ระบุว่า ระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะทำให้เทคะแนนไปที่พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์กังวลหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า อยู่ที่ประชาชน การวิเคราะห์หรือวิจารณ์อาจจะตรงหรือไม่ตรงกลับข้อเท็จจริงก็ได้ ถึงเวลาประชาชนอาจจะพิจารณาไปทางใดทางหนึ่งก็ได้อันนั้นขึ้นอยู่กับเสียงของประชาชน เราไปคาดคะเนไปก่อนก็คือการคาดคะเนเท่านั้น

“ประชาธิปัตย์เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในร่างนี้ก็ด้วยเหตุผลต้องการให้พรรคการเมืองเข้มแข็งและไม่ได้พิจารณาว่าจะเป็นประโยชน์กับพรรคไหน หรือพรรคไหนได้เปรียบ เสียเปรียบ เราต้องการให้ระบบประชาธิปไตยและระบบรัฐสภาไทยเข้มแข็ง” นายจุรินทร์ กล่าว

เมื่อถามว่า นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ระบุระบบเลือกตั้งบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ทำพรรคประชาธิปัตย์เสียเปรียบนายจุรินทร์กล่าวว่า “ผมไม่ทราบ ไม่ได้ติดตาม”

ชาติไทยพัฒนา” ไม่กังวลบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เชื่อไม่ทำเก้าอี้ ส.ส. ลด

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงระบบการเลือกตั้งแบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะส่งผลต่อพรรคชาติไทยพัฒนาหรือไม่ ว่า ไม่ว่าบัตรเลือกตั้งหนึ่งใบหรือสองใบจะมีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกัน อย่างกรณีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ข้อดีคือ พรรคการเมืองแต่ละพรรคไม่จำเป็นต้องส่งผู้สมัครครบ 400 เขต แต่หากเป็นบัตรใบเดียวจำเป็นต้องส่งทุกเขต เพราะหากไม่ส่งก็จะไม่ได้คะแนน อย่างไรก็ตาม จะมีเรื่องค่าใช้จ่ายและความซับซ้อนแตกต่างกันไปในแต่เขต ข้อดีข้อด้อยเหล่านี้ไม่ว่าจะพรรคใหญ่ พรรคเล็ก จะมีความได้เปรียบเสียเปรียบแตกต่างกันไป ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นวิธีใดก็ตามต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนใช้สิทธิได้อย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า แสดงว่าพรรคชาติไทยพัฒนาไม่ได้มีความกังวลกับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ใช่หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ไม่ว่าแบบใดก็มีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกัน ในฐานะพรรคการเมืองที่รับฟังเสียงมาแล้ว เมื่อเปลี่ยนกติกาแล้วก็ต้องทำงานตามกรอบกติกา

เมื่อถามว่าที่นั่งส.ส.ของพรรคจะลดลงหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า พรรคชาติไทยพัฒนาคงไม่ลดลงหรอก และพรรคมีความคิดที่จะเพิ่มจำนวน ส.ส. แต่ท้ายที่สุดต้องดูว่าเมื่อผลออกมาแล้วจะเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่า มองว่าควรใช้เบอร์เดียวทั้งประเทศหรือเขตใหญ่เรียงเบอร์ นายวราวุธ กล่าวว่า จากประสบการณ์ตอนรัฐธรรมนูญ 2540 บัตรเลือกตั้ง 2 ใบและเป็นเบอร์เดียวกันทั้งประเทศ ประชาชนไม่เกิดความสับสน พรรคการเมืองเองก็ไม่สับสนด้วย รวมทั้งสะดวกต่อการหาเสียง แต่การใช้เบอร์ไม่ซ้ำกันเลยจะทำให้เกิดความสับสนโดยเฉพาะประชาชนในเขตติดต่อกันที่จะเกิดความสับสนพอสมควรในครั้งที่ผ่านๆ มา ดังนั้นการใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศจะแก้ไขปัญหาความสับสนได้

เมื่อถามว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. ระบุว่า ระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบจะทำให้พรรคขนาดเล็กสูญพันธุ์ นายวราวุธ กล่าวว่า ตนคิดว่าสถานการณ์การเลือกตั้งในแต่ละครั้งจะมีปัจจัยที่กระทบต่อการเลือกตั้งแตกต่างกันไป ขณะนี้ยังเหลือเวลาอีกพอสมควรที่จะถึงการเลือกตั้ง ตนคิดว่าเร็วเกินไปที่จะประเมินว่าพรรคเล็กสูญพันธุ์หรือพรรคใหญ่ได้เปรียบ เพราะทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้เสมอซึ่งต้องคอยดูกันต่อไป

เมื่อถามว่ากรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล ประกาศว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเจาะจังหวัดสุพรรณบุรีให้ได้ นายวราวุธ กล่าวว่า เป็นสิทธิที่จะพูดทุกคนคิดได้ ทำได้แต่ความเป็นจริงจะเป็นอย่างไรว่ากันอีกทีและพรรคไม่ได้มีความกังวล ทั้งนี้  จริงอยู่ที่นายพิธาพูดว่าสุพรรณบุรีไม่ได้เป็นของใคร แต่ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งพรรคชาติไทยพัฒนาตั้งแต่เป็นพรรคชาติไทย ก็หาเสียงและทำงานให้จังหวัดได้อย่างดีที่สุดในหลาย 10 ปีที่ผ่านมา จึงเป็นสิทธิที่แต่ละพรรคจะส่งผู้สมัครมา ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้สมัครและ ส.ส. คนเดิมในพื้นที่ที่จะต้องปกป้องพื้นที่ตัวเองที่เหลือก็เป็นไปตามครรลอง

ภูมิใจไทย” ลั่นพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง โว “ใบไหนก็ได้”

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการเลือกตั้งแบบใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ โดยนายศักดิ์สยาม หัวเราะก่อนกล่าวว่า ไม่เอา ไม่ให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวจึงถามกลับไปอีกว่า ที่ว่าไม่เอา คือไม่เอาบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะเอาบัตรเลือกตั้งใบเดียวใช่หรือไม่นายศักดิ์สยาม ซึ่งเดินผ่านผู้สื่อข่าวไปแล้ว หันกลับมาตอบว่า “ใบไหนก็ได้”

จากนั้น ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี นายศักดิ์สยาม ให้สัมภาษณ์อีกครั้ง ถึงการเลือกตั้งที่ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ที่หลายฝ่ายมองว่าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคขนาดกลางจะเสียเปรียบพรรคใหญ่ว่า “ไม่หรอกอยู่ที่ประชาชน” เมื่อถามว่าหากทำพื้นที่แข็งแกร่ง คิดว่าประชาชนก็ยังคงเลือกพรรคภูมิใจไทยหรือไม่  นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ไม่ใช่เฉพาะพรรคภูมิใจไทย ถ้าเป็นทุกพรรค ถ้าทำงานให้ประชาชน แล้วประชาชนเห็น เขาก็จะตัดสินใจได้ 

เมื่อถามว่าตั้งเป้าจำนวน ส.ส. ที่จะได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้าไว้อย่างไรบ้าง เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ยังอีกนาน เมื่อถามว่าขณะนี้พรรคการเมืองเริ่มขยับกันหลายพรรคแล้ว นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า “ยังๆ นี่เพิ่งมาครึ่งทางเอง ทำงานดีกว่า และนายกฯ ก็ย้ำและยืนยันหลายครั้งแล้ว ตอนนี้เรายังมีปัญหาเรื่องโควิด-19 และกำลังเปิดประเทศด้วย ยังไม่คิดเรื่องการเลือกตั้ง ขอทำงานให้ประชาชนดีกว่า 

#NewsandTalk #Ratchatanews.com #ChiangMaiTalkNewspaper

#การเมือง #พรรคร่วมรัฐบาล #พลังประชารัฐ #ประชาธิปัตย์ #ชาติไทยพัฒนา #ภูมิใจไทย

#การเลือกตั้ง #ประวิตรวงษ์สุวรรณ #จุรินทร์ลักษณวิศิษฏ์ #วราวุธศิลปอาชา

#ศักดิ์สยามชิดชอบ #สมชัยศรีสุทธิยากร

 291 total views,  2 views today

Facebook Comments: (1) ห้ามใช้คำพูด หรือเขียนข้อความหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกดูหมิ่นดูแคลน (2) ห้ามพูดหรือเขียนข้อความอันจาบจ้วงสถาบันหลักสำคัญของชาติ ห้ามละเมิดกฎหมาย ป.อาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด (3) ห้ามพูดจาละเมิดหรือเขียนข้อความอันสร้างความเกลียดชังในเรื่อง ชาติ ศาสนา เชื้อชาติ การแสดงความเคารพต่างๆ ของส่วนบุคคล และของประเทศต่างๆ ห้ามเอาความเชื่อส่วนบุคคลมาวิพากย์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นดูแคลนเหยีดหยาม (4) ห้ามพูดจาหรือเขียนข้อความ ที่ดูหมิ่น-ละเมิดศาล หรือวิจารณ์วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโดยเด็ดขาด (5) ห้ามเขียนหรือกระทำการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ (6) ต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมายและระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคารพกฏหมายอย่างเข้มงวด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น