ไร้วี่แวว!! “การสอบสวนคดีความผิดทางเพศ” พงส. หญิง หายไปไหน ??

พันตำรวจเอกวิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตรองผบก.จเรตำรวจ เขียนลงคอลัมน์ เสียงประชาชนปฏิรูป ฉบับวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 ว่า ปัญหาตำรวจไทยในปัจจุบันที่มีเรื่องอื้อฉาวเกิดขึ้นเป็นประเด็นแทบไม่เว้นแต่ละวันนั้นไม่มีใครรู้ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบกำกับควบคุมตำรวจแห่งชาติรวมทั้งหน่วยตำรวจทั้งประเทศได้ตระหนักถึงความเสียหายของชาติและเดือดร้อนของประชาชนแสนสาหัสอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทยบ้างหรือไม่!

ซึ่งหากใครบอกว่าท่านตระหนักดี ก็ต้องถามต่อไปว่า แล้วมีความคิดจะแก้ไขหรือดำเนินการ ปฏิรูปอย่างไรและจะทำเมื่อใด?

ปัจจุบันอาชญากรรมร้ายสารพัดรูปแบบได้เกิดขึ้นทั่วประเทศมากมาย แค่ชาวนากองหรือตากข้าวทิ้งไว้ริมถนนเช่นแต่ก่อนก็ยังหาย! หากรัฐปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ประชาชนคนไทยจะดำรงชีวิตประจำวันกันอย่างไร? เมื่อมีผู้ไปแจ้งความก็มักไม่ปรากฏเป็นหลักฐาน การรับคำร้องทุกข์หรือแม้กระทั่งสถิติคดีอาญาในสารบบราชการแต่อย่างใด?

เนื่องจากได้ถูกตำรวจผู้ใหญ่หลายระดับสั่งกำชับกันเป็นทอดๆ ไปจนถึงพนักงานสอบสวนไม่ให้ลงบันทึกประจำวันรับคำร้องทุกข์แบบ “ออกเลขคดี” ในกรณีที่มีประชาชนไปแจ้งความง่ายๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องสรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการตรวจสอบ! ถือเป็น “วิธีเป่าคดี” ลดสถิติอาชญากรรมของตำรวจที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด หลอกรัฐบาลและประชาชนกันตลอดมา! ส่งผลทำให้คนร้ายลอยนวลกันจำนวนมาก ก่ออาชญากรรมทำเข็ญกับประชาชนคนอื่นและในพื้นที่ต่างๆ ได้อีกเรื่อยไป

ความเชื่อถือของประชาชนต่อระบบงานสอบสวนซึ่งถือเป็นกระบวนการยุติธรรมชั้นต้นที่สำคัญอย่างยิ่งกว่าขั้นตอนใด ไม่ว่าจะเป็นอัยการหรือแม้กระทั่งศาลแทบไม่มีเหลือ! ทั้งเป็นผลมาจากพฤติกรรมการสอบสวนทำลายพยานหลักฐานแบบเหลือเชื่อของแก๊งซ่องโจรพลตำรวจเอกในคดีบอสและคดีอื่นๆ อีกมากมาย

ซึ่งจนกระทั่งบัดนี้ ก็ยังไม่มีวี่แววว่าตำรวจจะสืบรู้ที่อยู่ของบอสกันเมื่อใด และจะแจ้งข้อมูลให้อัยการขอตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนส่งมาได้ก่อนสิ้นอายุความหรือไม่? และในการสอบสวนคดีที่พิลึกพิลั่นกันตั้งแต่วันเกิดเหตุ เช่นนี้ต้องมีตำรวจคนใดโดยเฉพาะ พวกที่เรียกกันอย่างโก้หรู ว่า “ชั้นผู้ใหญ่” ทั้งในระดับ สน. บก. บช. และแม้กระทั่ง ตร. หลายคนที่เกษียณไปแล้ว ต้องรับผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรงบ้างหรือไม่ และรัฐจะดำเนินคดีนำตัวมาลงโทษกันได้เมื่อใด?

รวมทั้งคดี “เสี่ยโจ้” พ่อค้าน้ำมันและไม้เถื่อนรวมทั้งเจ้ามือหวยใต้ดินรายใหญ่ในภาคใต้ ที่มีบัญชี จ่ายส่วยตำรวจผู้ใหญ่ ในปี 2555 สารพัดหน่วยอย่างทั่วถึง! เสี่ยโจ้ แต่เพิ่งถูกตำรวจสอบสวนกลางสืบจับได้หลังหนีหมายจับมาหลายปี แต่ในที่สุดกลับต้องปล่อยตัวไป ด้วยเหตุว่าคดีฟอกเงินที่จับตัวมาตามหมาย อัยการได้สั่งไม่ฟ้องแล้ว! และหน่วยตำรวจทั้งประเทศตั้งแต่สถานี บก.ตำรวจจังหวัด บช.ตำรวจภาค รวมไปถึงตำรวจแห่งชาติ ค้นหาหมายในคดีอื่นไม่เจอ! ทำให้ควบคุมตัวไว้ต่อไปไม่ได้ แต่หลังจากนั้นอีกสองสามวัน พอค้นพบหมาย ก็หาตัวเสี่ยโจ้ไม่เจอแล้ว!

นอกจากนั้น ปัจจุบันประชาชนคนยากจนที่เป็นผู้เสียหายหรือไร้เส้นสายไม่สามารถร้องทุกข์ให้ตำรวจดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานตามกฎหมาย โดยไม่ชักช้า ตามที่ ป.วิ อาญา มาตรา 130 บัญญัติไว้ได้ง่ายๆ แต่ละคน ถ้าหวังผลก็ต้องใช้วิธีร้องเรียนผ่านสื่อหรือทนายความให้เป็นผู้นำไปแจ้งความเป็นข่าวใหญ่ เช่น ในกรณีสาวผู้ประกวดนางงามถูก ช่างภาพหื่น หลอกกระทำอนาจารรวมทั้งข่มขืนหลายราย! สาวงามผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ต้องไปขอให้ทนายช่วยติดต่อตำรวจผู้ใหญ่ในกองบังคับการตำรวจกองปราบล่วงหน้าโดยที่ตนเองไม่กล้าและไม่สามารถเดินขึ้นไปแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีหรือตำรวจหน่วยใดตามลำพังได้! และขนาดมีการประสานงานล่วงหน้ากันเช่นนั้น แต่การสอบสวนคดีความผิดทางเพศประเทศไทย ก็ยังคงเห็นผู้เป็นพนักงานสอบสวนชายได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่สอบสวนและสอบปากคำดำเนินคดีให้พวกเธอ! แทนที่จะเป็นพนักงานสอบสวนหญิง ซึ่งแต่ละกองบัญชาการมีอยู่มากมายทั้งที่สำเร็จการศึกษาทางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยและนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิงรวมกว่าห้าร้อยคน! แต่เวลาที่ประชาชนจำเป็นต้องใช้ ไม่ทราบว่าได้หายไปไหนกันหมด!.

#NewsandTalk #Ratchatanews.com #ChiangMaiTalkNewspaper

#คดีความผิดทางเพศ #อาชญากรรม #ตำรวจ #กฏหมาย

Loading

Facebook Comments: (1) ห้ามใช้คำพูด หรือเขียนข้อความหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกดูหมิ่นดูแคลน (2) ห้ามพูดหรือเขียนข้อความอันจาบจ้วงสถาบันหลักสำคัญของชาติ ห้ามละเมิดกฎหมาย ป.อาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด (3) ห้ามพูดจาละเมิดหรือเขียนข้อความอันสร้างความเกลียดชังในเรื่อง ชาติ ศาสนา เชื้อชาติ การแสดงความเคารพต่างๆ ของส่วนบุคคล และของประเทศต่างๆ ห้ามเอาความเชื่อส่วนบุคคลมาวิพากย์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นดูแคลนเหยีดหยาม (4) ห้ามพูดจาหรือเขียนข้อความ ที่ดูหมิ่น-ละเมิดศาล หรือวิจารณ์วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโดยเด็ดขาด (5) ห้ามเขียนหรือกระทำการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ (6) ต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมายและระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคารพกฏหมายอย่างเข้มงวด

Leave a Reply

Your email address will not be published.