คณะกรรมการ กสทช. เปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) เพื่อติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานด้านกิจการโทรทัศน์ ประจำปี 2564 ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่

คณะกรรมการ กสทช. เปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) เพื่อติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานด้านกิจการโทรทัศน์ ประจำปี 2564 ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2564 เวลา 09.00 น. ณ ห้องนิมมาน 3 ชั้น 5 โรงแรม ยู นิมมาน เชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ รองศาสตราจารย์ ดร.อัศวิน เนตรโพธิ์แก้ว หัวหน้าโครงการฯ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ เพื่อติดตามและประเมินผลตามนโยบาย กสทช. ที่สำคัญในกิจการโทรทัศน์ ประจำปี 2564 ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมอบหมายให้คณะนิเทศศาสตร์ และนวัตกรรมการจัดการสถาบันบัณฑิตบริหารศาสตร์ (นิด้า)​ ซึ่งเป็นที่ปรึกษา ดำเนินการติดตามและประเมินผล ตามนโยบายของ กสทช. โดยมี ดร.บัณฑิต ตั้งประเสริฐ กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานด้านกิจการโทรทัศน์ เป็นผู้กล่าวรายงาน

ประเด็นในการติดตามและประเมินผลเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงข่ายภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล เพื่อรองรับการเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ และการจัดระดับความเหมาะสมของรายการโทรทัศน์

คณะกรรมการกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. ปฏิบัติแทนในส่วนภารกิจเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม และเนื่องจากทั้ง กสท.และ กทค. เป็นคณะกรรมการย่อยในบอร์ด กสทช. การกำหนดนโยบายและตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆ ยังต้องเป็นการตัดสินใจ ร่วมกับของบอร์ดทั้ง 11 คน และใช้บุคลากรของสำนักงาน กสทช. ซึ่งมีเลขาธิการ กสทช. เป็นผู้ดูแลในการสนับสนุนการขับเคลื่อนภารกิจ

ดังนั้น คลื่นความถี่และการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมของประเทศไทย ได้เข้าสู่ระบบการดูแลโดย กสทช. อันจะนำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดของประชาชนและก่อให้เกิดการแข่งขันโดยเสรีและเป็นธรรมยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ การรับฟังการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing)​ เพื่อติดตามและประเมินผลตามนโยบาย กสทช. ในกิจการโทรทัศน์ ประจำปี 2564 ที่ภาคเหนือ เชียงใหม่ มีผู้เข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ครั้งนี้ จำนวน 150 คน

#NewsandTalk #Ratchatanews.com #ChiangMaiTalkNewspaper

#กสทช #การรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ #กิจการโทรคมนาคม #กิจการโทรทัศน์ #เชียงใหม่

Loading

Facebook Comments: (1) ห้ามใช้คำพูด หรือเขียนข้อความหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกดูหมิ่นดูแคลน (2) ห้ามพูดหรือเขียนข้อความอันจาบจ้วงสถาบันหลักสำคัญของชาติ ห้ามละเมิดกฎหมาย ป.อาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด (3) ห้ามพูดจาละเมิดหรือเขียนข้อความอันสร้างความเกลียดชังในเรื่อง ชาติ ศาสนา เชื้อชาติ การแสดงความเคารพต่างๆ ของส่วนบุคคล และของประเทศต่างๆ ห้ามเอาความเชื่อส่วนบุคคลมาวิพากย์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นดูแคลนเหยีดหยาม (4) ห้ามพูดจาหรือเขียนข้อความ ที่ดูหมิ่น-ละเมิดศาล หรือวิจารณ์วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโดยเด็ดขาด (5) ห้ามเขียนหรือกระทำการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ (6) ต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมายและระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคารพกฏหมายอย่างเข้มงวด

Leave a Reply

Your email address will not be published.