“วราวุธ” เตรียมพร้อมรับมือ ไฟป่า หมอกควัน มั่นใจ ปี 65 ดีขึ้นกว่าเดิม พร้อมเดินหน้าแผน 1 สื่อสาร 5 ป้องกัน 3 เผชิญเหตุ แก้ไขปัญหาฝุ่นละออง

“วราวุธ” เตรียมพร้อมรับมือ ไฟป่า หมอกควัน มั่นใจ ปี 65 ดีขึ้นกว่าเดิม พร้อมเดินหน้าแผน 1 สื่อสาร 5 ป้องกัน 3 เผชิญเหตุ แก้ไขปัญหาฝุ่นละออง

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2564 เวลา 13.30 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานตรวจติดตามการเตรียมความพร้อมการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ปี 2565 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ณ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน (ส่วนหน้า) ทส. อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยมี นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้การต้อนรับร่วมด้วยรองแม่ทัพภาค 3 และรับฟังการรายงานผลการดำเนินงานป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ปี 2564 และการเตรียมความพร้อมการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ปี 2565 จากนายจงคล้าย วรพงศธร รองปลัดกระทรวงฯ

ซึ่งสถานการณ์ภาพรวม ปี 2564 จากการบูรณาการการทำงานร่วมกันจากทุกภาคส่วน ทำให้จำนวนจุดความร้อน (Hot spot) ลดลง ร้อยละ 52 และจำนวนวันที่ค่า PM2.5 มีค่าเกินมาตรฐานในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ลดลง ร้อยละ 8 โดย รมว.ทส. ได้มอบแนวทางการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองภาคเหนือ โดยเน้นการดำเนินโครงการ “ชิงเก็บ ลดเผา” อย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้าหมายการเก็บเชื้อเพลิงปีนี้ ไม่น้อยกว่า 3,000 ตัน รวมทั้งการใช้แอปพลิเคชัน Burn Check ในการบริหารจัดการเชื้อเพลิง

สำหรับการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เตรียมเดินหน้าตามแผนเฉพาะกิจเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษ หมอกควันและฝุ่นละออง ปี 2565 ด้วยมาตรการ 1 สื่อสาร 5 ป้องกัน 3 เผชิญเหตุ ซึ่งเตรียมนำเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในวันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม 2564 นี้ ก่อนนำเข้า ครม. เพื่อรับทราบต่อไป

ในส่วนของการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน ในพื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะป่าพรุควนเคร็งและพรุโต๊ะแดง ได้เน้นให้มีการตรวจและรักษาระดับน้ำในป่าพรุ พร้อมกำหนดแผนการรับมือและเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ และยานพาหนะ ให้พร้อมตลอดเวลา รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน เป็นนโยบายสำคัญที่รัฐบาลโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนโดยสั่งการให้เร่งบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร็ว ซึ่ง รมว.ทส. เชื่อมั่นว่าปี 2565 สถานการณ์จะดีขึ้นกว่าเดิม จุดความร้อน (Hot spot) จะลดลงกว่าปี 2564 ได้อีกร้อยละ 20 ด้วยปัจจัยการทำงานร่วมกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่และการเข้มงวดในการลาดตระเวน โดยเตรียมพร้อมเสริมกำลังพลสลับเปลี่ยนหมุนเวียนหากกำลังพลไม่เพียงพอ รวมทั้งการบูรณาการการทำงานร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ทั้งนี้ จำเป็นต้องดูสภาพอากาศและปัจจัยสิ่งแวดล้อมต่างๆ ในช่วงต้นปีหน้าร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม รมว.ทส. ได้เน้นย้ำมาตรการป้องกันมากกว่าการแก้ไขปัญหาและสิ่งสำคัญ คือ ต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับพี่น้องประชาชนถึงการดำเนินงานที่เราสามารถทำได้ควบคุมได้ สำหรับปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุม อาทิ หมอกควันไฟป่าจากประเทศเพื่อนบ้าน รัฐบาล และ ทส. ได้มีการประสานงานกับเลขาธิการอาเซียนในการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

ในโอกาสนี้ รมว.ทส. พร้อมคณะ ยังได้เยี่ยมชมการสาธิตเครื่องมือและอุปกรณ์การแก้ไขปัญหาไฟป่า อาทิ อุปกรณ์สำรองน้ำดับไฟป่า รถฉีดน้ำดับไฟป่าขนาดเล็ก เครื่องอัดใบไม้ โดยใช้เครื่องยนต์เครื่องเป่าลมดับไฟป่า ปุ๋ยหมักจากกิ่งใบไม้แห้ง อุปกรณ์สำรองน้ำชั่วคราว (เสวียน) รถครัวสนามเคลื่อนที่และ Kick Off การรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และฝุ่นละออง PM2.5 ของหน่วยงานในสังกัด ทส. พร้อมมอบเครื่องอุปโภค บริโภคให้กับกำลังพล เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานดับไฟป่า รวมทั้งปล่อยแถวกำลังพลตลอด จนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ตรวจสภาพการฟื้นตัวของพื้นที่ป่าจากสถานการณ์ไฟป่าที่ผ่านมาและสภาพป่าในปัจจุบันในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสุเทพ – ปุย และอุทยานแห่งชาติศรีลานนา

#NewsandTalk #Ratchatanews.com #ChiangMaiTalkNewspaper

#วราวุธศิลปอาชา #การป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า #หมอกควัน #แก้ปัญหาฝุ่น #กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม #KickOff #เชียงใหม่

Loading

Facebook Comments: (1) ห้ามใช้คำพูด หรือเขียนข้อความหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกดูหมิ่นดูแคลน (2) ห้ามพูดหรือเขียนข้อความอันจาบจ้วงสถาบันหลักสำคัญของชาติ ห้ามละเมิดกฎหมาย ป.อาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด (3) ห้ามพูดจาละเมิดหรือเขียนข้อความอันสร้างความเกลียดชังในเรื่อง ชาติ ศาสนา เชื้อชาติ การแสดงความเคารพต่างๆ ของส่วนบุคคล และของประเทศต่างๆ ห้ามเอาความเชื่อส่วนบุคคลมาวิพากย์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นดูแคลนเหยีดหยาม (4) ห้ามพูดจาหรือเขียนข้อความ ที่ดูหมิ่น-ละเมิดศาล หรือวิจารณ์วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโดยเด็ดขาด (5) ห้ามเขียนหรือกระทำการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ (6) ต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมายและระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคารพกฏหมายอย่างเข้มงวด

Leave a Reply

Your email address will not be published.