ทส. เดินหน้าจัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “จิตอาสา” ตามโครงการปลูกป่า เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู ป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน และป้องกันไฟป่า ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์

ทส. เน้น การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ต้องเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน เดินหน้าจัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “จิตอาสา” ตามโครงการปลูกป่า เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู ป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน และป้องกันไฟป่า ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ 

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง เร่งดำเนินการจัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “จิตอาสา” ตามโครงการปลูกป่า เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู ป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน และป้องกันไฟป่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 โดยในวันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม 2564 นายจงคล้าย วรพงศธร รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “จิตอาสา” ตามโครงการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู ป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน และป้องกันไฟป่า ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 ธันวาคม 2564 ณ โรงแรมหล่มสัก ณัฐติรัตน์ แกรนด์ โฮเต็ล อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีนายสมหวัง เรืองนิวัติศัย รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวรายงาน และมีนายนิเวศน์ หาญสมุทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้การต้อนรับ พร้อมกันนี้มีพันเอกเชิดพงศ์ ช่วยบำรุง รองเสนาธิการกองพลทหารม้าที่ 1 นาวาอากาศเอกกรเอก ศรีสมบุญ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 16 พันโทวินัย สีสายคำ สัสดีอำเภอหล่มสัก พ.ต.อ.ศุภสวัสดิ์ ศรีนาคา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ นายโกเมศ พุทธสอน ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) นายณรงค์ บ่วงรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายศักดิ์ชัย จงกิจวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช  นายทรงศักดิ์ กิตติธาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก สิบเอกอาคม โพธิ์วัด ผู้แทนสำนักงานป้องกันและสาธารณภัยจังหวัดเพชรบูรณ์ และหัวหน้าหน่วยงานภาครัฐในท้องที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดด้วย

นายจงคล้าย วรพงศธร รอง ปก.ทส. กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ได้จัดทำ “โครงการปลูกป่า เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู ป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน และป้องกันไฟป่า” โดยมีพื้นที่เป้าหมายดำเนินการในพื้นที่ป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน ป่าพรุ และที่ดินของรัฐประเภทอื่น รวมถึงการฝึกอบรม “จิตอาสา” ในครั้งนี้เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎร

 “ปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้น ได้ส่งผลกระทบเชื่อมโยงในหลายมิติ ซึ่งสาเหตุหลักของการเกิดไฟป่าเกิดจากการกระทำและฝีมือของมนุษย์ทั้งสิ้น ทำให้พื้นที่ป่าเกิดความเสียหาย เสื่อมโทรม การฟื้นฟูป่าที่ถูกทำลาย การรักษาแหล่งต้นน้ำลำธาร รวมทั้งการแก้ไขปัญหาไฟป่าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ความร่วมมือของทุกภาคส่วน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ได้มอบในการประชุมสัมมนาการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2563 ที่ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับเครือข่ายจิตอาสา ขับเคลื่อนโครงการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู ป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน และป้องกันไฟป่า ซึ่งต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ที่เป็นกลไกสำคัญระดับพื้นที่ที่สามารถจะช่วยสนับสนุนผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ผลักดันนโยบายสำคัญและแก้ไขปัญหาไฟป่าได้” รอง ปก.ทส. กล่าว

จากคำกล่าวรายงาน นายสมหวัง เรืองนิวัติศัย รอง ออส. รายงานว่า ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน มอบหมายให้ โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมหารือเพื่อกำหนดแนวทางในการฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ที่ถูกทำลาย และแก้ไขปัญหาไฟป่าให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ เป็นหน่วยงานหลักในการประสานกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดทำโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “จิตอาสา” ตามโครงการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู ป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน และป้องกันไฟป่า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผู้นำเครือข่ายจิตอาสาพระราชทานทุกภาคส่วน ให้มีความรู้ ความเข้าใจ รวมทั้ง สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ สร้างจิตสำนึกในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ สามารถสร้างและขยายเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็ง ในการที่จะร่วมกันฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และร่วมกันแก้ไขปัญหาไฟป่า ได้อย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน

ผู้เข้ารับการฝึกอบรมครั้งนี้ ประกอบไปด้วย ปลัดอำเภอ เกษตรอำเภอ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลตำบล เจ้าหน้าที่จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก ในท้องที่จังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบูรณ์ กองพลทหารม้าที่ 1 มณฑลทหารบกที่ 36 หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 16 ตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพชรบูรณ์ และจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ รวมทั้งสิ้นจำนวน 100 คน

นอกจากนี้ รอง ปก.ทส. ยังได้ขอความร่วมมือจังหวัด หน่วยงาน อส. ปม. และ กอ.รมน. ในพื้นที่จังหวัดนำองค์ความรู้ของหลักสูตรนี้ ไปถ่ายทอดเป็นหลักสูตรระดับชุมชนของแต่ละหน่วยงาน เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่จังหวัด ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู ป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน และป้องกันไฟป่า ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไปอีกด้วย

โครงการฝึกอบรมหลักสูตร “จิตอาสา” ตามโครงการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู ป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน และป้องกันไฟป่า ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 ธันวาคม 2564 ณ โรงแรมหล่มสัก ณัฐติรัตน์ แกรนด์ โฮเต็ล อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ นับเป็นจังหวัดที่ 14 ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เร่งดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการที่จะร่วมกันฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ และร่วมกันแก้ไขปัญหาไฟป่าได้อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ โดยมีเป้าหมายจะดำเนินการต่อเนื่องให้ครบทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศในปี 2570

#NewsandTalk #Ratchatanews.com #ChiangMaiTalkNewspaper

#กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม #โครงการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำป่าชายเลนและป้องกันไฟป่า #จิตอาสา #กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช #กรมป่าไม้ #เพชรบูรณ์

Loading

Facebook Comments: (1) ห้ามใช้คำพูด หรือเขียนข้อความหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกดูหมิ่นดูแคลน (2) ห้ามพูดหรือเขียนข้อความอันจาบจ้วงสถาบันหลักสำคัญของชาติ ห้ามละเมิดกฎหมาย ป.อาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด (3) ห้ามพูดจาละเมิดหรือเขียนข้อความอันสร้างความเกลียดชังในเรื่อง ชาติ ศาสนา เชื้อชาติ การแสดงความเคารพต่างๆ ของส่วนบุคคล และของประเทศต่างๆ ห้ามเอาความเชื่อส่วนบุคคลมาวิพากย์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นดูแคลนเหยีดหยาม (4) ห้ามพูดจาหรือเขียนข้อความ ที่ดูหมิ่น-ละเมิดศาล หรือวิจารณ์วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโดยเด็ดขาด (5) ห้ามเขียนหรือกระทำการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ (6) ต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมายและระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคารพกฏหมายอย่างเข้มงวด

Leave a Reply

Your email address will not be published.