เปิดกิจกรรมหนุนศักยภาพชุมชนเลิกสุราฝ่าโควิด

ปลุกพลังดึงศักยภาพชุมชนฝ่าโควิดจัดกิจกรรม “เพื่อนช่วยประคับประคอง”แก้ปัญหาสุขภาพบูรณาการทำงานรัฐเอกชนลุยช่วยกลุ่มเปราะบางฝ่าโควิด มุ่งพัฒนาทักษะอาชีพยกระดับคุณภาพชีวิตพร้อมหนุนเสริมรูปแบบเชิงพุทธกับกลุ่มครอบครัวดึงพลังบวกเลิกสุราอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2564 นางสาวรักชนก จินดาคำ หัวหน้าโครงการการขับเคลื่อนการดูแลผู้มีปัญหาสุราโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน เปิดเผยว่าจากสถานการณ์โควิด โครงการฯ มีความเชื่อที่ว่า “ชุมชนมีศักยภาพ ชุมชนเป็นฐานสำคัญของการพัฒนา” ได้มองเห็นศักยภาพของผู้นำและสมาชิกในชุมชน จึงได้มีแนวทางกิจกรรม “เพื่อนช่วยประคับประคอง ในสถานการณ์โควิด 19” เป็นกิจกรรมที่ชักชวนให้คณะทำงานชุมชนที่ทำงานดูแลฟื้นฟูผู้มีปัญหาสุราโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน ตลอดจนกิจกรรมการพัฒนาด้านต่างๆ ของชุมชนอยู่แล้ว ได้ออกแบบกิจกรรมในการช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกในชุมชนอย่างเหมาะสมเข้าถึงและรวดเร็ว กิจกรรมที่น่าสนใจ มีทั้งรูปแบบของการส่งเสริมอาชีพ การส่งเสริมการพึ่งตนเอง ด้วยการสร้างพื้นที่อาหารปลอดภัยในครัวเรือน หรือในชุมชน เพื่อลดการรอการพึ่งพาจากภายนอกหรือหน่วยงานภาครัฐแต่เพียงอย่างเดียว 

ทั้งนี้ รูปธรรมกิจกรรม แบ่งออกได้ 3 แนวทางหลักได้แก่ 1. กิจกรรมแก้ไขปัญหาเร่งด่วนทั่วถึง เป็นลักษณะกิจกรรมในการช่วยผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้ยากไร้ คนด้อยโอกาส ในการมีถุงปันน้ำใจที่ประกอบด้วย น้ำดื่ม ไข่ ข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วย ผู้สูงอายุผ้าอ้อมสำเร็จรูป หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ตลอดจนการตั้งจุดกระจายอาหารปรุงสดให้กับสมาชิกในชุมชน โดยไม่ต้องลงทะเบียน ผู้นำเห็น ผู้นำรู้ ส่งถุงปันน้ำใจ จากกลุ่มเพื่อนประคับประคองส่งตรงถึงบ้าน

และ 2. กิจกรรมส่งเสริมความยั่งยืน กิจกรรมสนับสนุนกลุ่มอาชีพ เช่น อาชีพจักสานของกลุ่มครอบครัววัดสันทราย ต.ศรีดงเย็น อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ อาชีพการทำข้าวไข่เจียวของกลุ่มครอบครัวสุขใจ ชุมชนวัดสวัสดิ์วารีสีมาราม เขตดุสิต ชุมชนซอยพระเจน เขตปทุมวัน และชุมชนสวนหลวง 1 เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร

3. การบูรณาการงานร่วมกับศูนย์พักคอยและรพ. สนามในพื้นที่ ที่จะมีคณะทำงานเข้าไปเป็นทีมงานชุมชนในการอำนวยการในภารกิจต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐและเอกชนหน่วยต่างๆ พื้นที่ที่มีการดำเนินงานในรูปแบบนี้ ประกอบด้วย พื้นที่ที่มีการดำเนินงานดูแลผู้มีปัญหาสุรารูปแบบเชิงพุทธ วัดโพธิ์ชัยปอพาน ต.ปอพาน อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม, วัดค้อธิหนองม่วง ต.นาเชือก อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม, วัดใหม่สามัคคีธรรม ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา, วัดเกาะตาเถียร หมู่ 1 ต.ไม้งาม อ.เมือง จ.ตาก, วัดคลองกระจง ต.คลองกระจง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย, วัดป่าก้าว ต.โนนสมบูรณ์ อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี และวัดบ้านใหญ่ ต.ครบุรี อ.ครบุรี จังหวัดนครราชสีมา และพื้นที่ที่มีการดำเนินงานดูแลผู้มีปัญหาสุรารูปแบบกลุ่มครอบครัว บ้านเกาะกลาง ม.8 ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่, บ้านสันทราย หมู่ 12 ต.ศรีดงเย็น อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่, บ้านริมธารา ต.เขาแก้วศรีสมบูรณ์ อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย, บ้านดงมะไฟ ต. ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู, บ้านสหกรณ์ ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร, ชุมชนสวนหลวง 1 แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร, ชุมชนซอยพระเจน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร และชุมชนสวัสดิ์วารีสีมาราม แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

นางสาวรักชนก กล่าวถึงสาเหตุของการจัดโครงการฯ “เพื่อนช่วยประคับประคอง ในสถานการณ์โควิด 19”  เนื่องจากว่าในช่วงปลายปี 2562 ทั่วโลกประสบปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า และส่งผลกระทบต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน โดยสถานการณ์ในประเทศไทย โควิด 19 มีการระบาดเป็น ระลอก 4 ตั้งแต่ช่วงเดือน มิถุนายน2564  ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และกาย สุขภาพจิตของผู้คนในสังคมไทย มาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้สถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้นเป็นผลกระทบสำคัญ ในการดำเนินชีวิตประจำวัน กิจกรรมทางสังคม ชุมชน ทางด้านประเพณี วัฒนธรรม รวมถึงกิจกรรมการร่วมกลุ่ม การพัฒนาต่างๆ ในชุมชนอย่างมาก ในขณะที่การแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าหรือ โควิด 19 ไม่ได้มีเพียงมิติของการรักษาและละทิ้งภารกิจนี้ให้กับบุคลากรทางการแพทย์หรือภาครัฐเท่านั้น แต่สถานการณ์โควิดจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากประชากรในทุกระดับในการสร้างความตระหนัก ปฏิบัติตนดูแลตนเองเคร่งครัด มิติด้านการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ต้องมีความร่วมมือในทุกระดับทั้งระดับบุคคล ชุมชนและสังคม ในการช่วยกันเฝ้าระวัง ป้องกัน ดูแลแก้ไขปัญหาร่วมกัน องค์ความรู้ ที่ชัดเจน เข้าถึงง่าย ถูกต้อง จึงมีความสำคัญ ในมิติด้านการฟื้นฟูเยียวยา  ในวิกฤติที่เกิดขึ้นสำหรับบางคน บางครอบครัว ถือเป็นการซ้ำเติมความทุกข์ ความยากที่มีอยู่แล้ว ให้หนักหนาและลำบากมากขึ้น บางคนตกงาน บางคนไม่มีงานอยู่แล้ว ก็หางานทำยากเพิ่มขึ้นไปอีก บางครอบครัว มีผู้ป่วยติดเตียง บางครอบครัวที่มีผู้พิการ

นางสาวรักชนก  กล่าวว่า สำหรับแนวทางในการดำเนินงาน ผนึกพลังชุมชน ดึงศักยภาพ ผู้นำชุมชน หรือ อสม. พระสงฆ์ บุคลากรสุขภาพ และจิตอาสา สร้างการมีส่วนร่วมกับคนในครอบครัวและคนในชุมชน เป็นพื้นที่ทางโอกาสให้คนติดสุราเข้าถึงระบบบริการบำบัดดูแลได้ง่ายขึ้น เหมาะสมตรงความต้องการสอดคล้องบริบทวิถีชีวิตและวัฒนธรรม พร้อมพัฒนาทักษะอาชีพ คุณภาพชีวิต สร้างความมั่นคงทางอาหาร เสริมการดูแลที่เข้าใจ ชุมชนให้โอกาส จนเกิดแรงจูงใจพร้อมพัฒนาเป็นคนใหม่ และการดำเนินงานโครงการฯ มุ่งเน้น 2 รูปแบบหลักให้ชุมชนได้เกิดการวิเคราะห์รูปแบบที่จะดำเนินการได้เหมาะสมกับบริบทของชุมชนตนเอง ได้แก่ รูปแบบเชิงพุทธ และรูปแบบกลุ่มครอบครัว แบ่งได้ดังนี้

1. รูปแบบเชิงพุทธ : ใช้หลักธรรมนำสตินำทางให้เห็นคุณค่าในตนเอง ควบคู่กับการให้ข้อมูลผลกระทบสุรา การดูแลตนเอง เมื่อต้องลด ละ สุรา มีการส่งเสริมพลังบวก โดยผู้นำชุมชนส่งเสริมให้อยู่ห่างจากสภาพแวดล้อมเดิม  ด้วยการอยู่ในวัด 7 วัน 6 คืน เมื่อจบกิจกรรมจะมีการติดตามจากคณะทำงานชุมชน ในระยะเวลา 1 ปี 

2. รูปแบบกลุ่มครอบครัว : มุ่งเน้นการรวมกลุ่มแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของกลุ่มนักดื่มและสมาชิกครอบครัว โดยมีการนำความรู้และกระบวนการกลุ่มโดยคณะทำงานกลุ่มครอบครัว ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้นำชุมชน บุคลากรสุขภาพ จิตอาสาที่ผ่านการพัฒนาศักยภาพจากทางโครงการฯ มาดำเนินกิจกรรมกลุ่ม เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ปัญหา ความสำเร็จ และการหาทางออก ในการลด ละ เลิกสุราของแต่ละคน และให้แนวทางการหนุนพลังบวกจากสมาชิกในครอบครัว เมื่อจบกิจกรรมจะมีการติดตามจากคณะทำงานชุมชน ในระยะเวลา 1 ปี 

#NewsandTalk #Ratchatanews.com #ChiangMaiTalkNewspaper

#ศักยภาพชุมชนเลิกสุราฝ่าโควิด #การมีส่วนร่วม #ฟื้นฟูผู้มีปัญหาสุรา

Loading

Facebook Comments: (1) ห้ามใช้คำพูด หรือเขียนข้อความหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกดูหมิ่นดูแคลน (2) ห้ามพูดหรือเขียนข้อความอันจาบจ้วงสถาบันหลักสำคัญของชาติ ห้ามละเมิดกฎหมาย ป.อาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด (3) ห้ามพูดจาละเมิดหรือเขียนข้อความอันสร้างความเกลียดชังในเรื่อง ชาติ ศาสนา เชื้อชาติ การแสดงความเคารพต่างๆ ของส่วนบุคคล และของประเทศต่างๆ ห้ามเอาความเชื่อส่วนบุคคลมาวิพากย์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นดูแคลนเหยีดหยาม (4) ห้ามพูดจาหรือเขียนข้อความ ที่ดูหมิ่น-ละเมิดศาล หรือวิจารณ์วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโดยเด็ดขาด (5) ห้ามเขียนหรือกระทำการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ (6) ต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมายและระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคารพกฏหมายอย่างเข้มงวด

Leave a Reply

Your email address will not be published.