กรมทะเลชายฝั่ง ร่วมกับ อบจ.ระยอง ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือ (MOU)

โครงการพัฒนาและจัดการอาคารส่วนจัดแสดงธรรมชาติวิทยาพืชและสัตว์ทะเลภายในศูนย์ ศวบอ. จังหวัดระยอง

เมื่อวันพุธที่ 7 มิถุนายน 2566 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือ (MOU) โครงการพัฒนาและจัดการอาคารส่วนจัดแสดงธรรมชาติวิทยาพืชและสัตว์ทะเลภายในศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก (ศวบอ.) ตำบลปากน้ำประแส อำเภอแกลง จังหวัดระยอง โดยนายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (รรท.อทช.) และนายปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ร่วมลงนามในพิธีดังกล่าวด้วย พร้อมกันนี้มีคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากทั้ง 2 หน่วยงาน เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ ณ ห้องประชุม ชั้น 3 องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง

นายอภิชัย เอกวนากุล รรท.อทช. เปิดเผยว่า การร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง MOU ดังกล่าว เป็นการร่วมดำเนินโครงการพัฒนาและจัดการอาคารส่วนจัดแสดงธรรมชาติวิทยาพืชและสัตว์ทะเล ภายในศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ตำบลปากน้ำประแส อำเภอแกลง จังหวัดระยอง มีวัตถุประสงค์ เพื่อสนองพระราชดำริโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เเละเป็นศูนย์ศึกษาเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่งแก่นักเรียน นักศึกษา เยาวชน รวมทั้งชุมชนและประชาชนผู้สนใจ

นายอภิชัย เอกวนากุล รรท.อทช.
นายปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง

ตลอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ข้างเคียง เพื่อเป็นแหล่งศึกษาวิจัยและรวบรวมตัวอย่างพืชและสัตว์ทะเลในท้องถิ่น จัดทำตัวอย่างอ้างอิงทางอนุกรมวิธาน และพัฒนาองค์ความรู้ด้านการจัดการใช้ประโยชน์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้คงความอุดมสมบูรณ์และยั่งยืน ตั้งแต่ป่าชายเลน ระบบนิเวศทางทะเล จนถึงสัตว์ทะเลนอกชายฝั่ง เพื่อการบริหารจัดการโครงการแบบมีส่วนร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐส่วนกลางและหน่วยงานภาครัฐส่วนท้องถิ่น

โดยมีกรอบการดำเนินงาน คือ การปรับปรุงและพัฒนารูปแบบการจัดแสดงและการนำเสนอข้อมูล ในอาคาร ส่วนจัดแสดงธรรมชาติวิทยาพืชและสัตว์ทะเล รวมทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านระบบนิเวศทางทะเล และจัดการองค์ความรู้ เพื่อต่อยอดขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ การส่งเสริมองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่อง มาจากพระราชดำริฯ ให้อาคารส่วนจัดแสดงเป็นสถานที่เรียนรู้ของชุมชน จากการรวบรวมตัวอย่างพืชและสัตว์ทะเลในท้องถิ่นและในอ่าวไทย ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม รวมทั้งการสร้างการมีส่วนร่วมและปลูกฝังจิตสำนึกของชุมชนในการดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง การสร้างเครือข่ายมัคคุเทศก์ท้องถิ่นในการดูแลอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล ให้ผู้เยี่ยมชมทั่วไปที่มีความสนใจ และสามารถสร้างความตระหนักรู้ ในการร่วมกันปกป้องคุ้มครองดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางทะเล พร้อมทั้ง การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ให้เกิดการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการเรียนรู้และสร้างความตระหนักในการดูแลอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนพัฒนา ปรับปรุง บำรุงรักษาอาคารและสิ่งปลูกสร้างของโครงการให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ

สำหรับภายในอาคารมีส่วนจัดแสดงธรรมชาติวิทยาพืชและสัตว์ทะเลฯ เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อพ.สธ. – ทช) เป็นโครงการที่องค์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สืบสานพระราชปณิธานขององค์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเป็นมรดกอันล้ำค่าของประเทศไทยเพื่อคงความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งนอกจากพันธุ์พืชแล้วภายหลังพระองค์ท่านได้ให้ความสำคัญของพันธุ์สัตว์รวมทั้งจุลินทรีย์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยอาคารส่วนจัดแสดงธรรมชาติวิทยาพืชและสัตว์ทะเลแห่งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรของโครงการ อพ.สธ. เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เป็นสถานที่ในการจัดแสดงตัวอย่างสัตว์และพืชทะเล ซึ่งประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ ได้แก่ อาคารจัดแสดงตัวอย่างและให้ความรู้ ซึ่งประกอบทั้งห้องวิดีทัศน์ ส่วนแสดงตัวอย่างสัตว์ทะเลที่มีชีวิต ตัวอย่างดอง ตัวอย่างแห้ง และโมเดล ตลอดจนป้ายให้ความรู้ นอกจากนี้ ยังมีส่วนที่เป็นห้องปฏิบัติการจัดเตรียมตัวอย่างเพื่อจัดแสดง และอื่นๆ ซึ่งอาคารแห่งนี้จัดสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัยและให้ความรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล ระบบนิเวศทางทะเล และสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ทะเลฝั่งอ่าวไทย แก่นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย และประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจ ให้ได้รับความรู้ ความเข้าใจ เกิดความรัก หวงแหน และความตระหนักในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง

การ MOU ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นสิ่งที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ของหน่วยงานทั้งสอง โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ซึ่งได้มีความร่วมมือในการดำเนินงานในด้านต่างๆ ที่เป็นไปด้วยดีมาโดยตลอด ในนามของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงขอขอบคุณ ท่านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง และคณะผู้บริหาร ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง เพื่อให้เกิดความร่วมมืออย่างดีอย่างต่อเนื่องต่อไป ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์ทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลในจังหวัดระยองและจังหวัดข้างเคียง เพื่อคงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลควบคู่กับการอยู่ดีกินดีของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืนสืบไป “นายอภิชัย กล่าวทิ้งท้าย”

สำนักข่าว RATHATA NEWS

Loading

Facebook Comments: (1) ห้ามใช้คำพูด หรือเขียนข้อความหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกดูหมิ่นดูแคลน (2) ห้ามพูดหรือเขียนข้อความอันจาบจ้วงสถาบันหลักสำคัญของชาติ ห้ามละเมิดกฎหมาย ป.อาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด (3) ห้ามพูดจาละเมิดหรือเขียนข้อความอันสร้างความเกลียดชังในเรื่อง ชาติ ศาสนา เชื้อชาติ การแสดงความเคารพต่างๆ ของส่วนบุคคล และของประเทศต่างๆ ห้ามเอาความเชื่อส่วนบุคคลมาวิพากย์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นดูแคลนเหยีดหยาม (4) ห้ามพูดจาหรือเขียนข้อความ ที่ดูหมิ่น-ละเมิดศาล หรือวิจารณ์วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโดยเด็ดขาด (5) ห้ามเขียนหรือกระทำการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ (6) ต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมายและระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคารพกฏหมายอย่างเข้มงวด

Leave a Reply

Your email address will not be published.