“ภูมิวรินทร” นั่ง เก้าอี้ประธานสหพันธ์เพาะกายอาเซียน อีกสมัย

11 ชาติไว้ใจ เทเสียงให้ กนั่งเก้าอี้ ประธานสหพันธ์กีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นสมัยที่ 2
นายศุกรีย์ สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสหพันธ์กีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ South East Asian Bodybuilding and Physique Sports Federation (SEABPF)​ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2566 ที่ โรงแรมแปซิฟิคพาเลส เมืองบาตัม ประเทศอินโดนีเซีย โดยมีชาติสมาชิกในอาเซียน 11 ประเทศ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

นายศุกรีย์ สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย


การประชุมครั้งนี้ โดยมีวาระสำคัญคือการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสหพันธ์สำหรับวาระปี 2023-2027 ซึ่งตนเองในฐานะนายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทยได้เสนอชื่อนายภูมิวรินทร์ ชุณหะวงษ์วริศ ที่ปรึกษาของสมาคม ให้ดำรงตำแหน่งประธานสหพันธ์กีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ SEABPF อีกวาระหนึ่ง เป็นสมัยที่ 2
ซึ่งในการลงมติที่ประชุมของชาติสมาชิกได้ให้การรับรองด้วยเสียงสนับสนุนจากชาติสมาชิกทั้ง 11 ประเทศที่ประกอบด้วย กัมพูชา ไทย ติมอร์เลสเต บูรไน ฟิลิปปินส์ มาเลเชีย เมียนมาร์ ลาว สิงคโปร์ เวียดนาม และ อินโดนีเซีย อย่างเป็นเอกฉันท์ และให้การรับรองคณะกรรมการบริหารสหพันธ์ชุดใหม่ทั้ง 19 ตำแหน่งในครั้งนี้ด้วย
สำหรับวาระสำคัญอื่นๆ คือการอนุมัติให้ทาง สปป.ลาว ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียตะวันออก ครั้งที่ 18 ในปี 2567 ที่ กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ระหว่างวันที่ 16-21 พฤษภาคม 2567 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของ สปป.ลาวที่จะจัดการแข่งขันชิงชัยระดับภูมิภาคนานาชาติขึ้น


นอกจากนี้ที่ประชุมได้มีการหารือถึงการยกระดับการแข่งขันกีฬาเพาะกายในภูมิภาคอาเซียนให้มีมาตรฐานเทียบเคียงกันใด้อย่างกว้างขวางเพื่อรองรับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในปี 2568 โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้นายศุกรีย์ สุภาวรีกุล ในฐานะของเลขาธิการสหพันธ์กีฬาเพาะกายแห่งเอเชีย เป็นผู้ดูแลการพัฒนาการทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาของกีฬาเพาะกายให้เป็นไปตามหลัการขององค์กรกีฬาระดับโลกต่อไป

สำนักข่าว RATCHATA NEWS

Loading

Facebook Comments: (1) ห้ามใช้คำพูด หรือเขียนข้อความหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกดูหมิ่นดูแคลน (2) ห้ามพูดหรือเขียนข้อความอันจาบจ้วงสถาบันหลักสำคัญของชาติ ห้ามละเมิดกฎหมาย ป.อาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด (3) ห้ามพูดจาละเมิดหรือเขียนข้อความอันสร้างความเกลียดชังในเรื่อง ชาติ ศาสนา เชื้อชาติ การแสดงความเคารพต่างๆ ของส่วนบุคคล และของประเทศต่างๆ ห้ามเอาความเชื่อส่วนบุคคลมาวิพากย์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นดูแคลนเหยีดหยาม (4) ห้ามพูดจาหรือเขียนข้อความ ที่ดูหมิ่น-ละเมิดศาล หรือวิจารณ์วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโดยเด็ดขาด (5) ห้ามเขียนหรือกระทำการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ (6) ต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมายและระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคารพกฏหมายอย่างเข้มงวด

Leave a Reply

Your email address will not be published.