“พญาเสือผนึกกำลังพยัคฆ์ไพร และจนท.ตำรวจ บุกตรวจยึดจับกุมขบวนการลักลอบตัดไม้มีค่าหลายราย ในพื้นที่ภาคเหนือ-อีสาน”

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รับรายงานจากนายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกับนายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ และจนท.ตำรวจ ได้รับแจ้งว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 เวลา 21.40 น. เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อด.6 (หนองแสง) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ สปป.2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) และเจ้าหน้าที่วนอุทยานน้ำตกคอยนาง ได้ร่วมกันออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายป่าไม้

จนถึงบริเวณริมถนน ท้องที่บ้านทับไฮ หมู่ที่ 4 ต.แสงสว่าง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี ได้ร่วมกันจับกุมนายชาญยุทธ แสงใส อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 127 หมู่ 4 ต.คำเลาะ อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี พร้อมด้วยของกลาง ประกอบด้วย 1) ไม้พะยูงท่อน จำนวน 9 ท่อน ปริมาตร 0.335 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งมีการลักลอบตัดไม้แล้วนำเคลื่อนที่ออกมาจากในเขตวนอุทยานน้ำตกคอยนาง และเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าพันดอนและป่าปะโค 2) รถยนต์กระบะโตโยต้า จำนวน ๑ คัน เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาผู้ต้องหาร่วมกันกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักราช 2484

คดีที่ 2 ได้รับรายงานจากนายโกเมศ พุทธสอน ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) ว่าเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2566 สายตรวจปราบปรามฯ ประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ สบอ.11 (พิษณุโลก) ได้ร่วมกันสืบหาข่าวการลักลอบตัดไม้มีค่า กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ พบรถยนต์กระบะจำนวน 2 คัน ที่คาดว่าจะกระทำความผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ โดยรถยนต์คันที่ 1 เป็นรถกระบะ ISUZU สีขาว หมายเลขทะเบียน บท-5702 อ่างทอง บรรทุกไม้ประดู่ จำนวน 3 ท่อน บนถนนทางหลวงสาย 117 สายน้ำปาด-สักใหญ่ (บริเวณบ้านห้วยหูด ม.3) คนขับรถชื่อ นายมนตรี ใหญ่พงษ์ ภูมิลำเนาจังหวัดลพบุรี รถยนต์คันที่ 2 เป็นรถกระบะ TOYOTA REVO สีขาว หมายเลขทะเบียน ผก-9836 พิษณุโลก ตรวจพบไม้ประดู่ จำนวน 3 ท่อน บนถนนทางหลวงสาย 117 สายน้ำปาด-ฟากท่า (หน้าร้านแสนตอเกษตรพันธ์) คนขับรถชื่อ นายสมเกียรติ์ เหลืองหิรัญ ภูมิลำเนาจังหวัดเลย ทำการสอบสวนปากคำผู้ต้องหา ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรน้ำปาด จ.อุตรดิตถ์

คดีที่ 3 เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2566 เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษพญาเสือ ได้ประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 3 ภาคเหนือ (สปป.3) ตำรวจทางหลวง และตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) พบการขนย้ายไม้โดยใช้รถ 10 ล้อ จำนวน 2 คัน มุ่งหน้าไปทาง จ.พิษณุโลก จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เพื่อเพิ่มอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ และสามารถสกัดจับรถบรรทุกดังกล่าว ได้บริเวณหน้าโรงเรียนวังทองพิทยาคม จังหวัดพิษณุโลก จึงได้ทำการควบคุมตัวผู้กระทำความผิด และของกลางนำส่งสถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 5 เพื่อดำเนินคดี สำหรับคดีนี้เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามขบวนการลักลอบตัดไม้จากเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ โดยการติดตามขยายผลผู้กระทำความผิด ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2566

จนกระทั่งวันที่ 7 กรกฎาคม 2566 ช่วงเวลาประมาณ 4.00 น. ได้รับแจ้งว่ามีการเคลื่อนไหวของขบวนการทำไม้บริเวณใกล้กับป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่แจ่ม เจ้าหน้าที่จึงส่งสายสืบเข้าตรวจสอบสถานที่ดังกล่าวพบว่ามีการขนไม้มาเพิ่มเติม จนวันที่ 13 กรกฎาคม 2566 ช่วงเวลาประมาณ 3.00 น. มีการเคลื่อนไหวของขบวนการทำไม้บริเวณอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ไปจนถึงเที่ยงคืนของวันที่ 15 กรกฎาคม 2566 จึงประสานเจ้าหน้าที่เพิ่มอัตตากำลัง จนนำไปสู่การจับกุมในครั้งนี้

สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้ จากการสืบหาข่าวกลุ่มขบวนการลักลอบตัดไม้มีค่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ท้องที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ร่วมกับกรมป่าไม้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องการติดตามจับกุมและขยายผลไปให้ถึงกลุ่มนายทุนที่อยู่เบื้องหลังขบวนการทำไม้มีค่า โดยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ มาดำเนินการปราบปรามเชิงรุกต่อไป

สำนักข่าว RATCHATA NEWS

Loading

Facebook Comments: (1) ห้ามใช้คำพูด หรือเขียนข้อความหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกดูหมิ่นดูแคลน (2) ห้ามพูดหรือเขียนข้อความอันจาบจ้วงสถาบันหลักสำคัญของชาติ ห้ามละเมิดกฎหมาย ป.อาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด (3) ห้ามพูดจาละเมิดหรือเขียนข้อความอันสร้างความเกลียดชังในเรื่อง ชาติ ศาสนา เชื้อชาติ การแสดงความเคารพต่างๆ ของส่วนบุคคล และของประเทศต่างๆ ห้ามเอาความเชื่อส่วนบุคคลมาวิพากย์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นดูแคลนเหยีดหยาม (4) ห้ามพูดจาหรือเขียนข้อความ ที่ดูหมิ่น-ละเมิดศาล หรือวิจารณ์วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโดยเด็ดขาด (5) ห้ามเขียนหรือกระทำการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ (6) ต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมายและระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคารพกฏหมายอย่างเข้มงวด

Leave a Reply

Your email address will not be published.