พช.ราชบุรี ดำเนินโครงการส่งเสริมการสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัย

เมื่อวันที่ 15-16 กันยายน 2566

นางยุพิน เศรษฐศักดาศิริ พัฒนาการจังหวัดราชบุรี มอบหมายให้ นายศิลา ปุจฉาการ นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ พร้อมด้วย ทีมงานกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดราชบุรี ดำเนินโครงการส่งเสริมการสร้างรายได้จากกิจการอาหารปลอดภัย

ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย กลุ่มพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ ที่มีศักยภาพด้านการผลิตอาหารปลอดภัยของจังหวัดราชบุรี จำนวน 10 กลุ่ม ๆ ละ 2 คน รวม 20 คน ณ โรงแรมแพรวอาภาเพลส อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี โดยหลักสูตรที่บรรยาย วันแรก วันที่ 15 กันยายน 2566 ประกอบด้วย

  1. แนงทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐสู่กิจการอาหารปลอดภัย โดย นางสาวกนกพร มณีมาส เภสัชกรชำนาญการ กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชกรสาธารณสุข สสจ.ราชบุรี
  2. กระบวนดารตรวจสอบคุณภาพสินค้าสู่กิจการอาหารปลอดภัย โดย นางสาววรลักษณ์ อนันตกูล เภสักรชำนาญการพิเศษ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรี
    โดยหลักสูตรที่บรรยาย วันแรก วันที่ 16 กันยายน 2566 ประกอบด้วย
  3. การเชื่อมโยงเครือข่ายช่องทางการตลาดอาหารปลอดภัย โดย
  4. การวิเคราะห์ศักยภาพการผลิตและความต้องการทางการตลาดอาหารปลอดภัย โดย
    โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
  5. เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ กลุ่มเป้าหมายในการสร้างรายได้กิจการอาหารปลอดภัย โดย
  6. เพื่อจัดทำแผนการพัฒนา ต่อยอด เเละเชื่อมโยงช่องทางการตลาดอาหารปลอดภัย โดย
  7. เพื่อเชื่อมโยงข่องทางการตลาดโดยบูรณาการความร่วมมือภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชน โดย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้รับมอบหมายภารกิจให้รับผิดชอบการดำเนินงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ โดยมีคณะทำงานที่สำคัญทำหน้าที่ขับเคลื่อนคือคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ มีเป้าหมาย “สร้างรายได้ให้ชุมชน ประชาชนมีความสุข” ดำเนินการ 3 เรื่อง ประกอบด้วย การเกษตร การแปรรูป (SMEs/OTOP) และการท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งมีกลไกขับเคลื่อนงานระดับจังหวัด ได้แก่ คณะกรรมการประสานและขับเคลื่อนนโยบายสานพลังประชารัฐประจำจังหวัด (คสป.) คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐจังหวัด และบริษัทประชารัฐรักสามัคคีจังหวัด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนงานการพัฒนาพื้นที่สอดคล้องกับภารกิจกรมการพัฒนาชุมชนที่มุ่งส่งเสริม และพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานรากให้มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ โดยกำหนดไว้ในยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน ยุทธศาสตร์ที่ 1 สร้างชุมชนให้พึ่งตนเองได้ มีการเชื่อมโยงการพัฒนาชุมชนกับการพัฒนาเศรษฐกิจ ฐานรากผ่านการพัฒนาสินค้าและบริการของชุมชน และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับภูมิสังคมแต่ละพื้นที่ ยุทธศาสตร์ที่ 2 ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้ขยายตัว โดยเพิ่มศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยองค์ความรู้ และทุนชุมชน
    การดำเนินงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ เป็นกลไกสำคัญของกระทรวงมหาดไทยที่สามารถตอบสนองนโยบายรัฐบาล “ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างรายได้และความเข้มแข็ง ทางเศรษฐกิจให้ครอบคลุมทั้งประเทศ” โดยให้ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคมและภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการร่วมกับภาครัฐ ซึ่งตรงกับภารกิจของกรมการพัฒนาชุมชนในการส่งเสริมชุมชนให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และกรมการพัฒนาชุมชนได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่สนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐในระดับนโยบายและระดับพื้นที่ โดยมีเป้าหมาย คือ “สร้างรายได้ให้กับชุมชน เพื่อประชาชนมีความสุข” ดำเนินการ 3 เรื่อง ประกอบด้วย การเกษตร การแปรรูป และการท่องเที่ยวโดยชุมชน มุ่งเน้นการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับการดึงเอาพลังของ 5 ภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน/ชุมชน มาร่วมเป็นพลังในการขับเคลื่อนในรูปแบบประชารัฐ ภายใต้แนวคิด Social Enterprise (SE) เพื่อให้กลไกการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ได้รับการพัฒนาและสร้างประสิทธิภาพตลอดต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ผ่านกระบวนการขับเคลื่อน 5 ฟันเฟือง เริ่มต้นตั้งแต่การเข้าถึงปัจจัยการผลิต การสร้างองค์ความรู้ การตลาด การสื่อสารสร้างการรับรู้ และการบริหารจัดการ

สำนักข่าว RATCHATA NEWS

Loading

Facebook Comments: (1) ห้ามใช้คำพูด หรือเขียนข้อความหยาบคาย ด่าทอ ดูถูกดูหมิ่นดูแคลน (2) ห้ามพูดหรือเขียนข้อความอันจาบจ้วงสถาบันหลักสำคัญของชาติ ห้ามละเมิดกฎหมาย ป.อาญามาตรา 112 โดยเด็ดขาด (3) ห้ามพูดจาละเมิดหรือเขียนข้อความอันสร้างความเกลียดชังในเรื่อง ชาติ ศาสนา เชื้อชาติ การแสดงความเคารพต่างๆ ของส่วนบุคคล และของประเทศต่างๆ ห้ามเอาความเชื่อส่วนบุคคลมาวิพากย์วิจารณ์อย่างดูหมิ่นดูแคลนเหยีดหยาม (4) ห้ามพูดจาหรือเขียนข้อความ ที่ดูหมิ่น-ละเมิดศาล หรือวิจารณ์วิเคราะห์คำพิพากษาของศาลโดยเด็ดขาด (5) ห้ามเขียนหรือกระทำการแสดงความคิดเห็นต่างๆที่เข้าข่ายผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ (6) ต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมายและระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติอย่างเคารพกฏหมายอย่างเข้มงวด

Leave a Reply

Your email address will not be published.